าหรือ?” หลี่เยว่หานถาม
“ไม่เพียงแค่นั้น แต่หลี่ต้าหู่ยืนยันว่ามันเป็นของครอบครัวเขา!” มู่ชวนพูดอย่างโกรธเคือง “เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของที่อยู่ในแม่น้ำ แต่เขายืนยันว่าข้าเอาทรัพย์สินของเขาไปและไล่ตามข้าหรือแม้แต่ทุบตีข้าด้วย! ข้าอาศัยจังหวะที่พวกเขาเผลอวิ่งกลับบ้านมา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกเป็นทุกข์อยู่พักหนึ่ง
ในวันที่หิมะตกแบบนี้ ใคร ๆ ก็ไม่ค่อยออกไปไหนกัน สำหรับหลี่ต้าหู่ หลี่เยว่หานไม่เคยเห็นเขามาก่อน เดาว่าเขาคงเพิ่งกลับมาที่หมู่บ้านจึงเจอเข้ากับมู่ชวน อีกทั้งเขายังเห็นมู่ชวนถือตะพาบอยู่ในมือและจึงต้องการจะขโมยมัน
“เฮ้อ ไปที่ห้องครัวกันก่อนเถอะ ในครัวมันอุ่นกว่า” เมื่อเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่พูดอะไร หลี่เยว่หานจึงไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเธอเลยให้มู่ชวนเข้าไปในครัวก่อน
“ขอรับ”
หลังจากยืนยันว่าทั้งกลุ่มออกไปแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็ปิดประตู ส่วนหลี่เยว่หานก็ลากเมิ่งฉีฮ่วนเข้าไปในครัว “ข้างนอกมันหนาว เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า”
ตอนนี้ มู่ชวนได้ละลายตะพาบน้ำในอ่างไม้แล้ว ทางหลิงซีก็นั่งยอง ๆ ข้าง ๆ จิ้มก้อนน้ำแข็งเล่น
“ท่านอา อาหญิง” มู่ชวนเห็นทั้งสองคนเข้าประตูมา ก็หันหน้ามายิ้มกว้าง “ท่านอาจารย์กล่าวว่าช่วงนี้อากาศไม่ดี สำนักศึกษาจึงปิดชั่วคราว และเราจะกลับไปเรียนกันในฤดูใบไม้ผลิ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ยกยิ้ม “เอาล่ะ พักอยู่บ้านกันเถอะ” ยังไงซะ ของทุกอย่า