แม่เจ้าใช่หรือไม่?” นางเท้าเอวทัก ท้องหวังเฟิ่งแบนจนดูไม่ออกว่าท้องเลย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ยิ้ม “แม่เลี้ยง ท่านมีเรื่องดีทั้งที ทั้งยังไม่ง่ายเลยที่จะตั้งครรภ์ในวัยนี้ อากาศยามนี้หนาวเย็นยิ่งนัก ท่านควรจะดูแลร่างกายของท่านให้ดี จะได้ไม่เกิดเรื่องแล้วโยนความผิดมาใส่หัวข้า”
เมื่อกล่าวเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เลี่ยงหวังเฟิ่ง และวางแผนที่จะเดินต่อไป
จู่ ๆ หวังเฟิ่งก็ก้าวเข้ามาคว้าเนื้อตุ๋นจากมือของเธอทันที ก่อนที่หลี่เยว่หานจะทันพูด นางก็ยัดมันเข้าไปในปากของตนและกัดคำใหญ่ “อืม! เนื้อนี้ไม่เลว ถือว่าเป็นการให้เกียรติพ่อแม่ของเจ้า ดี ไม่มีอะไรแล้วเจ้าก็ไปได้”
แม้ว่าจะรู้ว่าหวังเฟิ่งนั้นไร้ยางอาย แต่หลี่เยว่หานไม่เคยเห็นใครมาปล้นคนอื่นซึ่งหน้าแบบนี้มาก่อน เธอตะลึงและยืนนิ่งอย่างพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ตอนนั้นเองที่หญิงสาวโกรธขึ้นมา
นั่นคือเนื้อตุ๋นที่เธอหั่นและกำลังจะส่งไปให้ท่านปู่ซุน!
“เกิดอะไรขึ้น ของไม่ได้ส่งเสร็จแล้วรึ?” หวังเฟิ่งมองไปที่หลี่เยว่หานพร้อมกับเลิกคิ้ว ขณะยัดเนื้อตุ๋นที่หญิงสาวนำมาเข้าปากอีกครั้ง แววตานางเต็มไปด้วยการยั่วยุ
วันนี้หิมะหยุดตกเร็วและแดดออกอีกครั้ง ผู้คนมากมายจึงออกไปหาอะไรทำข้างนอก ตอนนี้ได้เวลาทานอาหารเช้าแล้ว ในฤดูหนาวมีงานในไร่ให้ทำไม่มากนัก ทั้งภูเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะตกหนัก ดังนั้นทุกคนจึงอยู่บ้านอย่างเกียจคร้าน เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวที่