เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ”
“ท่านเจอปัญหาหรือ?” หลี่เยว่หานเก่งในการสังเกตผู้คนที่สุด ดังนั้นเธอจึงรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเมิ่งฉีฮ่วน
“ไม่” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางลุกขึ้น ขณะกำลังจะออกจากครัวก็กล่าว “ข้าเหนื่อยนิดหน่อย ข้าจะกลับไปพักผ่อนก่อน” หลังจากพูดจบ เขาก็ออกจากครัวไป
จนกระทั่งเมิ่งฉีฮ่วนออกจากครัวไปแล้ว หลิงซีจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอื้น “อาหญิง เมื่อกี้ท่านอาน่ากลัวมาก! หลิงซีทำอะไรผิดไปหรือเปล่าเจ้าคะ? ข้าทำให้ท่านอาโกรธหรือไม่…”
หลังจากได้ยินอย่างนี้ หลี่เยว่หานก็ลุกขึ้นจากเตียงเล็ก เธอกอดหลิงซีไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยปลอบโยน “อย่ากลัว อย่ากลัวไปเลย ท่านอาใจดีกับเจ้ามาก เขาจะไม่โกรธเจ้า”
“แต่…” หลิงซีน้ำตาไหล “แต่ที่ท่านอามองหลิงซีเมื่อกี้ …หลิงซีไม่กล้าพูด แต่ท่านอาต้องโกรธแน่ ท่านอาโกรธที่หลิงซีไม่เชื่อฟัง!…”
เมื่อมองไปที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของหลิงซีตัวน้อย หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจและตบหัวของนางเบา ๆ “ไม่หรอก หลิงซีน่ารักมาก ท่านอาจะโกรธเจ้าได้อย่างไร?”
ทันทีที่พูดจบ ก็มีเสียงดังลั่นในสนาม ตามด้วยเสียงที่คุ้นเคย
“เจ้าเด็กตัวเหม็น! วันนี้ข้าพี่หู่จะจัดการเจ้า!”
หลี่เยว่หานให้หลิงซีอยู่ในครัว ในขณะที่เธอรีบออกไปดู
ทันทีที่ออกไป หญิงสาวก็เห็นมู่ชวนนั่งอยู่บนพื้นพร้อมกับรอยเท้าทั่วตัว ดูเหมือนว่าเขาจะถูกทุบตีอย่างหนัก แววตาเธอเย็นชาทันที ก่อนจะคว้าขวานข้างตัวแล้วรีบวิ่งออกไป
ตอนนี้ชา