ใภ้หลิวทักทายด้วยรอยยิ้ม “อาหารกำลังจะพร้อมแล้ว!”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็มองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างเสียใจ
ในช่วงที่ผ่านมานี้หลี่เยว่หานต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อทำเนื้อตุ๋น หญิงสาวยังไม่มีแรงมากนักในระหว่างวัน ดังนั้นเธอจึงถือว่าร่างกายของตนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
วันนี้เธอมีแผนจะทำหมูตุ๋นให้หลิงซี แต่สะใภ้บ้านหลิวกลับไม่ยอมให้หลี่เยว่หานทำอะไร และปล่อยให้หญิงสาวจุดไฟที่หน้าเตาเท่านั้น
“ขอบคุณพี่สะใภ้ ข้าจะชวนพี่โหย่วฉายมากินข้าวด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนพูด ทันทีที่เขาหันกลับไป เขาก็เห็นกัวอี้ยืนอยู่ที่ประตู สีหน้าของเขาพลันแข็งทื่อเล็กน้อย
“ข้าได้กลิ่นหอมมาแต่ไกลเลย!” เสียงของกัวอี้ดังผ่านกำแพงและเข้ามาในหูของหลี่เยว่หาน ทันใดนั้น กัวอี้ก็เบียดข้ามไหล่ของเมิ่งฉีฮ่วน เข้ามาในครัว “โอ้ สะใภ้หลิวก็อยู่ที่นี่ด้วย!”
“อ้าว พี่กัว ข้าไม่ได้เจอท่านนานเลย! เกิดอะไรขึ้น? เพราะอากาศหนาวเช่นนี้ ทำให้ท่านอยากกลับบ้านมาในฤดูหนาวรึ?” สะใภ้บ้านหลิวเป็นคนที่เปิดปากก็คุยเล่นกับทุกคนได้
“ถูกต้อง เมื่อสองสามเดือนก่อนข้ากินข้าวที่บ้านพี่เมิ่งครั้งหนึ่ง ข้ายังคิดถึงมันอยู่จนถึงตอนนี้เลย ดังนั้น ข้าจึงรีบตรงมาหาอาหารทันทีที่กลับมา” กัวอี้พูดพร้อมกับมองไปที่หลี่เยว่หานที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตากับหลิงซี และกล่าวว่า “สะใภ้เมิ่งคงไม่รังเกียจนะ?”
“…” หลี่เยว่หานส่ายหัวเงียบ ๆ
เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวว่ากัวอี้เป็นผ