งการและเป็นที่รักในเวลาเดียวกันมันช่าง…อบอุ่นเหลือเกิน
“ข้า…” หลี่เยว่หานมองไปที่ตราลัญจกรหยกในมือของเมิ่งฉีฮ่วน และครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่หลี่เยว่หานอย่างกระวนกระวาย ราวกับว่าเขากำลังรอคำตอบของนาง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะได้ยินคำตอบของหญิงสาว แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยู่ในสภาพจิตใจที่ขัดแย้งเช่นนี้
เมื่อคิดว่าหลี่เยว่หานจะจากไปอย่างสมบูรณ์ เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกอึดอัดมาก อึดอัดจนหายใจไม่ออก!
ตอนนี้เขาจึงไม่กล้าพูดออกไป… เขากลัว
กลัวว่าหลี่เยว่หานจะบอกเขาด้วยน้ำเสียงเมินเฉยว่านางต้องการที่จะกลับไปสู่ยุคที่นางจากมา
“ข้าคิดว่า…” หลี่เยว่หานหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาของเธอยังคงจ้องไปที่ตราประทับ และพูดว่า “ข้าจะไม่กลับไป”
“อย่างที่ท่านพูด เมื่อข้ากลับไปในยุคนั้น ข้าก็จะเป็นแค่วิญญาณ และที่นั่นก็ไม่มีใครต้องการข้า เพื่อนร่วมทีมของข้าจะยังคงช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากตามความตั้งใจของข้า พ่อแม่ของข้า… เขาได้ยอมรับความจริงที่ข้าจากไปแล้ว และแม่เลี้ยงของข้าก็สนเพียงเรื่องของมรดก ดังนั้นข้าจึงไม่จำเป็นต้องกลับไปอีก”
“จริง…จริงหรือ!?” ตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนมีความสุขมาก แต่ก็คล้ายจะงุนงงเล็กน้อย อีกทั้งยังคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงความฝัน และหากแตะเบา ๆ หลี่เยว่หานก็จะจากไป
“จริงสิ” หลี่เยว่หานเงยหน้าขึ้นมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้า “ในเมื่อสวรรค์ให