เหลือผู้อื่นได้จะไม่ทรยศต่อผู้อื่น?”
“เพราะเจ้าทุ่มกำลังปกป้องหลิงซี”
“นั่นเป็นเพราะข้าไม่รู้ว่าท่านมีสิ่งนี้อยู่ในมือ ข้าคิดว่าหลิงซีเป็นเพียงเด็กธรรมดา!”
หลี่เยว่หานชี้ไปที่ตราลัญจกรในมือของเมิ่งฉีฮ่วน และตอนนั้นเองราวกับว่าเธอคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวจึงเงยหน้ามองเมิ่งฉีฮ่วน “ตอนที่ท่านสวมชุดคลุมสีน้ำเงินนั่น ท่านหลอกข้าใช่หรือไม่? ดังนั้น สิ่งที่ข้าเห็นก็ยังคงเป็นหมู่บ้านไป๋อวิ๋นเหมือนเดิม แต่ไม่มีใครเลย แม้แต่สุนัขสักตัว!”
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “มีคนมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นในเวลานั้น ดังนั้นข้าจึงเปิดพื้นที่และให้เจ้าเข้าไป เจ้ายังจำได้ไหมที่ข้าบอกเจ้าว่าอย่าปล่อยมือหลิงซี”
“จำได้”
“เพราะเมื่อเจ้าปล่อยหลิงซี เจ้าจะลอยกลับไปยังมิติเวลาเดิมของเจ้า อีกทั้งหลิงซีก็จะถูกมิติบีบจนตายเช่นกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที
“ท่านหมายความว่าข้าสามารถผ่านเข้าออกสิ่งนี้ได้งั้นหรือ?”
เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้าด้วยความยากลำบาก “ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าสามารถทำได้ทุกเมื่อ เพียงแต่ร่างกายของเจ้าถูกเผาไปแล้ว ถ้าเจ้ากลับไป เจ้าก็จะเป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้น”
“…” หลังจากฟังคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน ดวงตาของหลี่เยว่หานก็จับจ้องไปที่ตราลัญจกร ก่อนที่เธอจะไม่ขยับเขยื้อนเป็นเวลานาน
กลับได้…กลับได้…
แล้วเธอล่ะ…ยังจะยอมกลับไปไหม…