ั้นย้ายม้านั่งมานั่งข้างหน้าหลี่เยว่หาน และพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา
“ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นผีในหลายพันปีข้างหน้า ท่านไม่กลัวหรือ?” อาการบาดเจ็บของหลี่เยว่หานหายเป็นปกติแล้ว แค่วันนี้วันเดียวเธอก็รู้สึกอัศจรรย์ใจเกินพอแล้ว
“ตอนแรกข้าไม่รู้” เมิ่งฉีฮ่วนสารภาพตามตรง “หลังกลับมาจากเมืองหลิวชิง ข้าก็พบว่าเจ้ามีความลับมากเกินไป ข้าจึงใช้ตราประทับตรวจสอบความทรงจำของเจ้ายามเจ้าหลับ และข้าก็รู้ในตอนนั้น”
“ท่านไม่กลัวหรือ?” หลี่เยว่หานถามกลับ
“ไม่กลัว” เมิ่งฉีฮ่วนส่ายหัว “ตอนที่ข้าช่วยเจ้าในสระ เจ้าไม่หายใจแล้ว ข้าหยดน้ำพุจิตวิญญาณหนึ่งหยดป้อนให้เจ้าดื่ม จากนั้นร่างกายของเจ้าก็อุ่นขึ้นและฟื้น ข้าแค่ไม่รู้ว่าเจ้า…”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่พูดต่อ แต่หลี่เยว่หานรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร
หลี่เยว่หานหายใจเข้าลึก ๆ มองไปที่ตราประทับที่ถืออยู่ในมือของเขาและพูดว่า “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะทรยศท่านหรือ?”
“เจ้าจะไม่ทำ” เมิ่งฉีฮ่วนส่ายหัว “ข้าเห็นในความทรงจำของเจ้า เจ้ามักจะไปเข้าร่วมกับกลุ่มคนเพื่อช่วยเหลือคนยากจน ช่วยพวกเขาบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่าและปลูกข้าวหาอาหาร หลังจากที่ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น เจ้าก็จะไปยังสถานที่ต่อไปกับสหายของเจ้าและทำสิ่งเดิมต่อไป ข้าจึงรู้ว่าแม้เจ้าจะรู้ความลับของพื้นที่หลิงฉวน เจ้าก็จะไม่ทรยศพวกเรา”
หลังจากได้ยินเหตุผลของเมิ่งฉีฮ่วนแล้ว หลี่เยว่หานก็พูดไม่ออก “ทำไมท่านถึงคิดว่าคนที่สามารถช่วย