่งฉีฮ่วนพูดว่า “ในตอนนั้น ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าเป็นคนที่เชื่อถือได้หรือไม่ ดังนั้นข้าจึงบอกเจ้าว่ามู่ชวนและหลิงซี รวมทั้งข้า ล้วนเป็นเพียงหมากส่วนหลานชายหลานสาวแท้ ๆ นั้นอยู่ที่อื่น แท้จริงแล้ว มู่ชวนและหลิงซีเป็นทายาทขององค์ชายและตราลัญจกรหยกนี้ก็เป็นสมบัติของแคว้นหลิงฉวน”
“ทำไมท่านถึงบอกเรื่องนี้แก่ข้าเล่า?” หลี่เยว่หานคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนล้อเล่น จึงไม่ได้จริงจัง
เมื่อเห็นว่านางดูเหมือนจะไม่เชื่อ เมิ่งฉีฮ่วนเลยหันไปมองมู่ชวนและหลิงซี
เด็กทั้งสองก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่อฟังและวางมือบนตราหยกลัญจกรหยก จากนั้นมือใหญ่ของเมิ่งฉีฮ่วนก็วางลงมา หลี่เยว่หานรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่ามัว เมื่อเธอมองได้อย่างเห็นชัดเจนอีกครั้ง หญิงสาวก็นอนอยู่บนเตียงต้นไม้อันงดงามที่ถูกทออย่างประณีตแล้ว แสงจันทร์ส่องกระจ่าง นกรอบข้างส่งเสียงร้อง ดอกไม้ส่งกลิ่นหอม สายน้ำไหลรินทอประกายเป็นแสงสีเงินเรืองรอง
“นี่คือ…” หลี่เยว่หานมองไปรอบ ๆ ด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็มองไปด้านข้างทันที
ที่นั่นมีแอ่งน้ำสีขาวน้ำนมขนาดเท่าทะเลสาบขนาดเล็กอยู่ มันส่องแสงประกายภายใต้แสงจันทร์ ดูงดงามราวกับมีชีวิต
“นั่นคือน้ำพุแห่งจิตวิญญาณ” เมิ่งฉีฮ่วนชี้ไปที่แอ่งน้ำและอธิบายว่า “ในนี้น้ำพุแห่งจิตวิญญาณจะเป็นสีขาวเหมือนน้ำนม แต่หลังจากเอาออกไป น้ำพุแห่งจิตวิญญาณจะเป็นสีดำเหมือนยา”
“ท่านหมายความว่า ที่นี่คือมิติอื่น?” ดวงตาของหลี่เยว่หานเบิกกว้าง
“ใช