สึกอบอุ่น แต่ก็รู้สึกถึงอันตรายเช่นกัน
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังรู้สึกสับสน ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล
เมิ่งฉีฮ่วนเดินเข้ามาพร้อมถือชามบางอย่างไว้ในมือ
เด็กทั้งสองเดินออกไปอย่างรู้หน้าที่ เมิ่งฉีฮ่วนนั่งยอง ๆ ที่หน้าเตียงของหลี่เยว่หาน แล้วหยิบชามโจ๊กจากมือของเธอ ก่อนจะยื่นชามยามาแทนให้ แล้วพูดว่า “ดื่มสิ แล้วเจ้าจะหายดี”
“มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ข้าจะดื่มแล้วหายดีได้เสียหน่อย” เมื่อมองไปที่ชามยาสีดำ หลี่เยว่หานก็พูดติดตลก
หญิงสาวไม่รู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนกลับมาเมื่อไหร่ และเด็กทั้งสองคนนั้นก็ไม่รู้เช่นกัน คาดว่าเขาน่าจะต้มยาให้เธอทันทีที่กลับมาถึง
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลี่เยว่หานก็ขมวดคิ้วและดื่มยาทั้งหมดในคราวเดียว
เธอคิดว่ามันจะขม แต่ไม่คาดว่ามันจะหวานมากแทน
“ท่านใส่น้ำตาลมากไป มันจะส่งผลต่อยาเอานะ” หลี่เยว่หานวางชามเปล่ากลับใส่มือของเมิ่งฉีฮ่วน แล้วพูดอย่างสบาย ๆ
“ไม่” เมิ่งฉีฮ่วนพลันมองหลี่เยว่หานอย่างจริงจัง “นี่ไม่ใช่ยา มันคือน้ำพุแห่งจิตวิญญาณในพื้นที่หลิงฉวน”
“???” หลี่เยว่หานงุนงง “ท่านกำลังพูดถึงอะไร?”
เธอเห็นเมิ่งฉีฮ่วนหยิบตราลัญจกรหยกแวววาวออกมาจากอกเสื้อของเขา ก่อนใส่ไว้ในมือของหลี่เยว่หาน พลางพูดว่า “ข้ากำลังคิดว่าจะบอกเจ้ายังไงดี แล้วสิ่งนี้ก็เป็นสมบัติของแคว้น บิดามารดาของมู่ชวนและหลิงซี พวกเขาก็ถูกฆ่าเพื่อปกป้องสิ่งนี้”
“ท่านไม่ได้บอกว่า…” หลี่เยว่หานสับสน
“ใช่ ข้าโกหกเจ้า” เมิ