ังนั้นเมื่อเธอลืมตาขึ้น หลิงซีจึงเห็นทันที
มู่ชวนมีสติขึ้นมาอีกครั้ง เขารีบไปข้างเตียงและพูดด้วยความเป็นห่วง “อาหญิง ในที่สุดท่านก็ตื่น ท่านนอนมาทั้งวันแล้ว”
“ท่านอาของเจ้ายังไม่กลับมาอีกหรือ?” หลี่เยว่หานถามเสียงแหบแห้ง
“ยังขอรับ แต่ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว ท่านอาน่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้” มู่ชวนพูดพลางนำโจ๊กมาวางข้างเตียง ทดสอบความร้อน และป้อนใส่ปากของหลี่เยว่หาน “อาหญิง กินอะไรหน่อยเถอะขอรับ ข้าต้มมันนานมากแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รับช้อนมาไว้ในมือ และกินโจ๊กที่ตอนนี้มีความร้อนพอเหมาะเข้าไปเต็มปาก ก่อนจะรู้สึกแสบจมูกและน้ำตาก็ไหลลงมาตามใบหน้า
“อาหญิง ท่านเจ็บหรือไม่?” หลิงซีนอนอยู่ข้างเตียงของหลี่เยว่หาน ดวงตาโตของนางสั่นไหวด้วยความเป็นห่วง “ท่านอาจะล้างแค้นให้อาหญิงแน่เจ้าค่ะ!”
“อืม!” หลี่เยว่หานฝืนยิ้ม
หญิงสาวเชื่อว่าชายผู้นั้นจะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้กับตัวเองได้แน่ แต่เธอไม่เคยได้รับการปกป้องเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติที่แล้วตนก็ดูเหมือนจะต่อสู้เพียงลำพังมาโดยตลอด
ตอนเป็นเด็กถูกแม่เลี้ยงทำร้าย เธอก็เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตต่อไป
เมื่อโตขึ้น เธอก็ไปยังประเทศยากจน เมื่อพวกที่ปฏิเสธอาสาสมัครบุกเข้ามานำสิ่งของไป ตนก็ยังมีบทบาทในการปกป้องผู้อื่นอีกด้วย
ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเมื่อเธอถูกทำร้ายและถูกเฆี่ยนตี จะมีคนมายืนข้างหน้าและทุบตีทุกคนที่รังแกให้
ความรู้สึกนี้ทำให้เธอรู้