ี่เยว่หานลงและส่งสัญญาณให้หลิงซีรีบไปหาภรรยาของเขาโดยเร็ว
หลิวโหย่วฉายก็อยากอุ้มหลี่เยว่หานกลับไปที่บ้านเมิ่งโดยตรงเช่นกัน แต่เสื้อผ้าของหญิงสาวขาดวิ่นไปหมด หากนางถูกชายร่างใหญ่อย่างเขาอุ้มกลับไป อาจทำให้นางถูกนินทาเอาได้ ดังนั้นเขาจึงได้เรียกภรรยาของเขามา ให้นางส่งหลี่เยว่หานกลับไปที่บ้านเมิ่ง
ไม่นานหลังจากที่หลิงซีจากไป โจวต้าเป่าก็เดินตามสะใภ้หลิวมา ทั้งอุ้มหลิงซีที่หน้าแดงก่ำจากการร้องไห้ไว้ในอ้อมแขน
“เวรกรรม! พี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังทำอย่างนั้นจริง ๆ หรือ!” เมื่อสะใภ้หลิวเห็นหลี่เยว่หานนอนหมดสติอยู่บนพื้น อีกทั้งร่างยังเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ นางก็ถอดเสื้อคลุมออกและห่อร่างของหลี่เยวหานไว้อย่างแน่นหนาในทันที และด้วยความช่วยเหลือของหลิวโหย่วฉาย นางก็แบกหลี่เยว่หานขึ้นหลัง
“พี่หลิว ท่านพาหลิงซีกลับไปเถอะ ข้าจะสะสางบัญชีกับเด็กสามคนจากบ้านหวังเอง!” โจวต้าเป่าโกรธมาก จึงคิดยัดหลิงซีเข้าไปในอ้อมแขนของหลิวโหย่วฉายแทน
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลิวโหย่วฉายก็ปฏิเสธทันที “ไม่ เจ้าคนเดียวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาทั้งสามคนหรอก ข้าไล่พวกเขาออกไปได้เพราะข้ามีกริชอยู่ในมือ ยามนี้ต้องตามหาพี่เมิ่งให้พบโดยเร็ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของโจวต้าเป่าก็เต้นไม่เป็นจังหวะ “มันจบแล้ว ข้าทิ้งมู่ชวนไว้ที่บ้านคนเดียว!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวโหย่วฉายก็รีบวิ่งไปที่บ้านเมิ่งพร้อมกับภรรยาของเขา
หากเกิดอะไรขึ้นกั