ตระกูลหลิ่วแล้วยังไง? ตอนนี้เจ้าคือคนของนายน้อยหลิ่วแล้ว!”
“ท่านแม่!” หวังเหอฮวารู้ว่าแม่ของนางถูกหวังเฟิ่งล้างสมอง ดังนั้นนางจึงได้แต่เกลี้ยกล่อมอย่างจริงจัง “นายน้อยหลิ่วดีกับข้ามาก และเขายังไม่ได้แต่งภรรยา นั่นหมายความว่าข้าจะมีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นภรรยาเอกในอนาคต เช่นนั้นทำไมเราถึงต้องทำให้หลี่เยว่หานขุ่นเคืองในเวลานี้เล่าเจ้าคะ!”
“เจ้าเองก็บอกว่าเจ้ามีโอกาสที่จะได้เป็นภรรยาเอก แล้วทำไมเจ้าถึงกลัวหลี่เยว่หานกัน!” หวังเฟิ่งไม่พอใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ เป็นหลี่หรงหรงที่มีใจตรงกันกับนายน้อยหลิ่วก่อน เกี่ยวอะไรกับหวังเหอฮวา “ไม่ว่าพี่สะใภ้จะอายุเท่าไหร่ นางก็ไม่สามารถกดขี่น้องสะใภ้ของนางได้ อีกทั้งหลี่เยว่หานก็ไม่ใช่พี่สะใภ้ของเจ้า!”
“ท่านน้าของเจ้าพูดถูก” หวังฉินเกลี้ยกล่อมหวังเหอฮวา “อย่ากังวลไป พี่ชายของเจ้าและคนอื่น ๆ ได้ไปหาหลี่เยว่หานแล้ว และจะส่งข่าวกลับมาในเร็ว ๆ นี้ ส่วนพวกเราก็แค่รอฟังข่าวเฉย ๆ อยู่ที่บ้านก็พอ”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังเหอฮวาก็ยังคงต้องการที่จะเกลี้ยกล่อมนางอีก ทว่าหวังฉินผลักหวังเหอฮวาเข้าไปในห้องและลงกลอน
“ท่านแม่! ท่านแม่ ท่านกำลังทำอะไร! ท่านแม่ ปล่อยข้าออกไป!” หวังเหอฮวารู้สึกร้อนรนด้วยความวิตกกังวล
ตั้งแต่เข้ามาในตระกูลหลิ่ว นางก็ค่อย ๆ มองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหวังเฟิ่งและหลี่หรงหรง อีกทั้งยังเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนาง หากหลี่เยว่หานมาไม่