ีฮ่วนอย่างมีความสุข “ลูกสาวของหวังเฟิ่งได้เป็นอนุ นางมีความสุขมากจนแจกขนมงานแต่งไปทั่วหมู่บ้าน น้ำตาลทั้งหมดที่ใช้ทำถังหูลู่นั้น มู่ชวนได้รับมาจากหวังเฟิ่ง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็พูดไม่ออกเล็กน้อย “ที่บ้านมิใช่มีน้ำตาลหรือ…”
“นี่มันต่างกัน พวกมันไม่มีพรแห่งความสุข” หลี่เยว่หานพูดพลางเอียงศีรษะ “อย่างไรหลี่หรงหรงก็เป็นน้องสาวของข้าเช่นกัน เมื่อน้องสาวแต่งงาน พี่สาวเช่นข้าก็ควรจะได้กินขนมจากนางบ้าง ถือเสียว่าเป็นพร ยังไงซะงานแต่งครั้งนี้นางก็เป็นคนฉกมันไปจากข้า”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เต็มใจนัก” เมิ่งฉีฮ่วนพูดด้วยน้ำเสียงไม่สื่ออารมณ์
“ไม่เลย ไม่เลย” หลี่เยว่หานโบกมือ “ข้าเป็นคนของตระกูลหลิ่วครึ่งหนึ่งแล้ว ยามที่เห็นข้า หลี่หรงหรงอาจจะต้องคำนับด้วยซ้ำ ยังไงซะอนุก็ไม่มีตำแหน่ง”
“วันนี้ข้าได้ยินจากหลี่ต้าเฉิงว่า… ในอดีตการที่แม่ของข้าจะแต่งให้เขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็หยุดสิ่งที่เธอกำลังทำ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ไปนั่งยอง ๆ หน้าเตาอย่างเงียบ ๆ ท่าทีคล้ายจะโกรธอยู่บ้าง “มันผ่านมาหลายปีแล้ว เจ้าไม่สามารถทำอะไรได้อีกทั้งนั้น”
“โอ้…” หลี่เยว่หานตอบอย่างหดหู่เล็กน้อย
อาหารเย็นคือหมูตุ๋น ผัดพริกหยวก และไข่กวนกับกุ้ยช่ายฝรั่ง ทั้งสี่คนในครอบครัวกินกันอย่างมีความสุขมาก ทั้งหลี่เยว่หานยังขอให้เมิ่งฉีฮ่วนมอบหมูตุ๋นครึ่งชามกับโจวต้าเป่า
อย่างไรในช่วงนี้โจวต้าเป่