าก็ได้ช่วยเหลือหลี่เยว่หานไว้มาก อีกทั้งเขาก็ยังโสดด้วย เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับมา เขาบอกว่าตาของโจวต้าเป่าแทบจะถลนออกมาเมื่อเห็นชาม และยังถามยืนยันอีกหลายครั้งว่านี่คือของสำหรับเขาจริงหรือ จากนั้นอีกฝ่ายก็รับมันมา และกินอย่างหิวโหย
“โจวต้าเป่าค่อนข้างน่าเวทนา พ่อแม่ของเขายังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นลูกชายอีกหรือ?” หลี่เยว่หานถามขณะจัดครัว
“เมื่อก่อนโจวต้าเป่าอยู่ในพรรค พ่อของเขาแทบอ้อนวอนไม่ให้เขาทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้น แต่โจวต้าเป่าไม่ฟัง เขาสร้างปัญหาเล็กน้อยพร้อมกับคนในพรรค เมื่อมีคนจำเขาได้ก็มาขอค่าเสียหายจากครอบครัวโจวต้าเป่า พ่อโจวเกือบจะเอาเงินของครอบครัวทั้งหมดมอบให้ไป ส่วนแม่โจวเองก็ร้องไห้จนตาแทบบอด แต่ก็ไม่สามารถพาโจวต้าเป่ากลับมาได้ ดังนั้นพ่อโจวที่ใจสลายจึงตัดความสัมพันธ์กับลูกชายคนนี้”
หลังจากพูดแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็พลันชะงัก “ใช่แล้ว พี่ชายของหวังเหอฮวาเองก็เคยอยู่ในพรรคกับโจวต้าเป่า แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอะไรอีก”
“หือ? หวังเหอฮวามีพี่ชายด้วย?” หลี่เยว่หานอดประหลาดใจไม่ได้ “ข้าคิดว่าหวังเหอฮวาเป็นบุตรสาวคนเดียวในบ้านหวังเสียอีก”
“หวังเหอฮวามีพี่ชายสามคน” เมิ่งฉีหวนเม้มปาก “นั่นเป็นสาเหตุที่ข้ามีปัญหาเล็กน้อยยามหวังเหอฮวามารังควานข้า การต่อสู้สามต่อหนึ่งทุกครั้งก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ข้าปล่อยให้หวังเหอฮวามาดูแลเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่นี่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ห