อย่าเสียใจไปเลย ข้าจะบอกความจริงของเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่บุญธรรมของข้าฟัง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หวังเหอฮวาก็มองไปที่หลี่เยว่หานด้วยแววตาสับสน ขยับหนีฝ่ามือของนางโดยไม่พูดอะไร “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนจิตใจโหดร้าย ก่อนหน้านี้ที่ข้ารังแกเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ทำอะไรข้า ทั้งเมื่อวานยังช่วยข้าให้รอดพ้นจากอันตรายอีก ดังนั้นวันนี้ข้าจะยอมเอาชื่อเสียงของสตรีมาเป็นเดิมพันเพื่อพูดความจริงเรื่องนี้ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เมื่อวานเจ้าช่วยข้าไว้”
“อีกสองวันเกี้ยวของจวนตระกูลหลิ่วก็จะมารับข้า นับแต่บัดนี้ไป ข้าจะไม่มารบกวนเจ้าและพี่เมิ่งแล้ว” พูดจบหวังเหอฮวาก็วิ่งร้องไห้จากไป หวังฉินเป็นห่วงนางจึงวิ่งตามออกไป ทว่าหม่าเวยกลับอยู่ที่เดิม
“เดิมทีกับตระกูลหลี่นั้น พวกเราทั้งสองนับว่าเป็นดองกัน ที่พวกเจ้ามายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋นได้นั้น ก็เพราะตระกูลเราเป็นหลักประกันให้พวกเจ้า แต่เรื่องที่หลี่หรงหรงทำนั้นไม่ถูกต้อง นับแต่บัดนี้ไป พวกเราสองตระกูลยุติความสัมพันธ์กันไว้เพียงเท่านี้เถิด!”
พูดจบหม่าเวยก็เดินออกไป
เมื่อหวังเฟิ่งเห็นผู้คนเดินออกไปก็ตั้งสติได้ จึงนั่งลงกับพื้นและเริ่มกรีดร้องขึ้นมา “เทพเซียนทั้งหลาย ท่านตาสว่างเสียทีเถิด! นี่มันเรื่องอะไรกัน! หรงเอ๋อร์ของเราจิตใจดีเช่นนี้ จะทำเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรกัน แม่หนูเยว่หาน เจ้ายังชอบคุณชายใหญ่หลิ่วอยู่งั้นหรือ แต่ว่าเจ้าแต่งงานไปแล้วนะ!”
หลี่เยว่หานชี้นิ้วมาที่ตัวเ