ฉีฮ่วนก็เข้าใจในที่สุด
ว่ากันว่าใจหญิงสาวนั้นดั่งงมเข็มในมหาสมุทร เขาคิดว่าตนนั้นเชี่ยวชาญเรื่องกลยุทธ์ต่าง ๆ แล้ว แต่เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานอธิบายเช่นนี้ เขากลับรู้สึกว่า ความคิดของตนนั้นยังไม่รอบคอบมากพอ
“เจ้าพูดถูก” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับ “พรุ่งนี้ ตระกูลหลี่และตระกูลหวังน่าจะมีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ท่านก็ไม่ต้องขึ้นภูเขา แล้วรอชมความสนุกดีกว่าหรือไม่?” หลี่เยว่หานชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วน “จากนั้นค่อยลากพวกเขาทั้งสองตระกูลลงบ่อโคลนไปด้วยกัน?”
“เจ้าเป็นสตรีพูดจาให้รื่นหูกว่าหน่อยมิได้หรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้ม “หากเป็นห่วง ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดประชดประชันเช่นนี้”
“ข้าเพียงแค่เตือนท่าน เรื่องของสตรีท่านอย่าเข้าไปยุ่งนัก พรุ่งนี้ท่านควรทำสิ่งใดก็ทำไป ข้าต้องทำสิ่งใดข้าก็ทำไป อย่างไรทุกคนก็รู้ว่าข้าเป็นคุณหนูของตระกูลหลิ่วอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว ทั้งสองตระกูลคงไม่กล้ากล่าวโทษข้าง่าย ๆ” หลี่เยว่หานพูดพลางตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากไป และวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะ
“เจ้าไม่ล้างถ้วยหรือ!” เมิ่งฉีฮ่วนมองนางที่หมุนตัวจะเดินออกไป จึงอดถามขึ้นมาไม่ได้
“คนล้างไม่ใช่ท่านหรือ!” หลี่เยว่หานพูดอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็เดินหายลับประตูครัวออกไป
เมิ่งฉีฮ่วนจึงทำได้เพียงฝืนยิ้ม พลางส่ายศีรษะ แล้วล้างถ้วยอาหารให้หลี่เยว่หาน จากนั้นจึงปิดประตูลานบ้านและห้องครัว เดินกลับเข้าไปด้านใน
ในช่วงกลางดึกไร้ผู้คน เมิ่ง