ด เธอจึงแสดงท่าทีที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส เพื่อทำให้ความเย่อหยิ่งของหวังเหอฮวานั้นค่อย ๆ ลดลง
“ข้าจะบอกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเจ้าไม่ต้องการเป็นอนุของบ้านหลิ่ว เจ้าบอกข้ามาได้เลย ข้าจะช่วยบอกท่านปู่หลิ่วให้ เห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยดูแลมู่ชวนและหลิงซี เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ข้าจะช่วยเอง แต่เจ้าต้องไม่โงเขลาจนไม่รู้ดีชั่ว หากเจ้าต้องการเป็นภรรยาเอกของตระกูลหลิ่ว ข้ารับประกันได้ว่าเจ้าจะไม่สามารถเข้าสู่ตระกูลหลิ่วได้”
หลังจากที่หลี่เยว่หานพูดจบ เธอก็ดึงเมิ่งฉีฮ่วนจากไป
หวังเหอฮวาทรุดตัวลงทันที
นางคิดว่าที่ใครบางคนจากตระกูลหลิ่วมาบอกบิดามารดาของนางว่าจะรับนางเป็นอนุ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นหลี่เยว่หานที่คอยเติมเชื้อไฟ แต่ก็ต้องมีบางอย่างในตัวนางที่ตระกูลหลิ่วให้ความสำคัญ
แต่คำพูดของหลี่เยว่หานในวันนี้ได้ขจัดความคิดนี้ในใจของนางออกไปอย่างสิ้นเชิง
นางรู้ดีว่าตั้งแต่หญิงสาวแต่งเข้าหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ตนก็ไม่เคยหยุดกดข่มอีกฝ่ายเลย แต่ตอนนี้หลี่เยว่หานได้รับความโปรดปรานจากท่านปู่หลิ่ว และได้เข้าสู่ลำดับของวงศ์ตระกูลหลิ่วแล้ว ดังนั้นจึงนับว่าเป็นบุตรสาวของตระกูลหลิ่วครึ่งหนึ่ง
แล้วตระกูลหลิ่วจะปล่อยให้คนอย่างนางที่รังแกครอบครัวของพวกเขาหยิ่งยโสและอวดดีต่อไปได้อย่างไร!
สิ่งที่เรียกว่าการไปเป็นอนุของตระกูลหลิ่ว คงเป็นเพียงแค่การที่ตระกูลหลิ่วระบายความโกรธแทนหลี่เยว่หาน…
และนางยังคิดอย่างไร้เดียงสาว่าเรื