ณะที่เมิ่งฉีฮ่วนยกอาหารมาตั้งทีละจาน ก่อนจะจัดวางชามและตะเกียบ
“อาเมิ่ง! อาหญิง!” มู่ชวนตะโกนอย่างมีความสุข และทันใดนั้นเอง หลิงซีที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาก็พุ่งออกมากอดหลี่เยว่หาน นางเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวน้อย ๆ พลางพูดว่า “อาหญิง อาหญิง หลิงซีคิดถึงท่านมาก”
หลี่เยว่หานที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนได้ยินเช่นนี้ก็หยิกแก้มของหลิงซีอย่างมีความสุข “อาหญิงก็คิดถึงหลิงซีเหมือนกัน!”
เมิ่งฉีฮ่วนเดินไปหามู่ชวน พลางรับย่ามที่ใส่ตำราออกมาจากมือของเขา ก่อนส่งสัญญาณให้เด็กชายไปล้างมือเพื่อมาทานอาหาร
แต่จู่ ๆ มู่ชวนกลับถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างไม่คาดคิด เด็กชายปิดจมูกพลางขมวดคิ้ว “อาเมิ่ง! ทำไมท่านมีกลิ่นตัวแรงนัก!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิงซีก็หันกลับมา สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ใช่ มันช่างเหม็น อ๊ะ… ท่านอาเหม็นยิ่งนัก!”
“อาของเจ้าเพิ่งช่วยข้าถือถุงมูลม้า จากนั้นเขาก็ยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าทั้งสองคน ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาอาบน้ำ” หลี่เยว่หานอธิบายเหตุผลให้ฟัง ก่อนกล่าว “พวกเราจะไม่คิดว่าเขาตัวเหม็น ดีหรือไม่?”
เมิ่งฉีฮ่วนยังคงยืนอยู่ที่ประตูห้องครัวอย่างตกตะลึง ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักก้าว
“ไม่ ท่านอาเหม็นเกินไป หลิงซีกินไม่ได้” หลิงซีเกี่ยวคอของหลี่เยว่หานอย่างน่าสงสาร และพูดว่า “ให้ท่านอาไปกินที่ลานได้หรือไม่เจ้าคะ? ที่ลานก็มีกลิ่นไม่ดีเช่นกัน ท่านอาไม่เป็นไรแน่นอนเจ้าค่ะ!”
หลังได้ยินคำพูดของหลิง