่อฟังการอธิบายของหลี่เยว่หาน สีหน้าของเยวเค่อจึงค่อย ๆ จริงจังขึ้นมา
เมื่อหลี่เยว่หานอธิบายในส่วนแรกจบ ถึงแม้จะใช้การออกเสียงได้ไม่แม่นยำมากนัก แต่คำที่ใช้นั้นนับว่าถูกต้อง และในตอนสุดท้ายยังเอ่ยถามเขาว่ายังสงสัยเรื่องใดหรือไม่ เยวเค่อก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปเสียแล้ว
“ท่านเวิน แม่นางเมิ่งผู้นี้ช่างเก่งยิ่งนัก!” เยวเค่อเอ่ยชื่นชมหลี่เยว่หาน ยกมือทั้งสองพลางชูนิ้วหัวแม่มือขึ้นมา “นี่คือการบรรยายที่ถูกต้อง เรียบง่าย และตรงไปตรงมาที่สุดที่ข้าเคยฟังมา!”
“ท่านเยวเค่อ เราเรียกมันว่าการแปล” เวินเทียนเหล่ยพูดอย่างพึงพอใจ “แม่นางเมิ่งผู้นี้ ท่านสามารถเรียกนางว่าล่ามเมิ่งได้! ”
“ล่ามเมิ่ง! ยอดเยี่ยมจริง ๆ!” เยวเค่อปรบมือพลางมองไปยังหลี่เยว่หาน “ข้าไม่มีคำถามใด ๆ แล้ว! สามารถอธิบายส่วนต่อไปได้เลย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็พยักหน้า และพลิกกระดาษไปยังส่วนถัดไป และเริ่มอธิบายเนื้อหาด้านใน
เธอดูออกว่าเยวเค่อผู้นี้ใช่ว่าจะฟังภาษาจีนไม่ออก เพียงแค่คำศัพท์หลาย ๆ คำในภาษาจีน เขาไม่สามารถเข้าใจได้
หลี่เยว่หานใช้วิธีที่ง่ายที่สุด เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาที่เวินเทียนเหล่ยมอบให้แปลออกมาเป็นภาษาพูดให้เยวเค่อฟัง เขาจึงสามารถเข้าใจเนื้อหาได้อย่างง่ายดาย
ทุกขั้นตอน เยวเค่อตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก และยังนำพู่กันขนนกมาจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ลงไป จากนั้นจึงเริ่มต่อรองราคาบางอย่างกับเวินเทียนเหล่ย
ในส่วนนี้ หลี่เยว่