่วจื้อหย่วนไม่ออกมาข้างนอกอยู่เป็นนาน เพราะกลัวถูกคนปาไข่เน่า ยามนี้รับข้าเป็นลูกสาวบุญธรรม เมื่อครู่ตอนอยู่หน้าประตูเรือนยังแสดงละครเสียขนาดนั้น ชื่อเสียงตระกูลหลิ่วที่ถูกลูกหลานล้างผลาญอย่างหลิ่วจื้อหย่วนทำเสื่อมเสียคงกอบกู้คืนมาได้ไม่น้อยเชียวล่ะ”
เมิ่งฉีฮ่วนฟังคำพูดของหลี่เยว่หานแล้วก็ลอบทอดถอนใจ หลี่เยว่หานหยั่งจิตใจผู้อื่นได้แม่นยำอย่างร้ายกาจ แต่กลับไม่แสดงออกมาสักนิด “เจ้าไม่กังวลว่าวันนี้ตระกูลหลิ่วจะไม่ยอมพบเจ้า?”
“กังวลสิ” หลี่เยว่หานพยักหน้า “ตอนแรกที่ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเข้าไปรายงานก็เตรียมใจมาแล้วว่าคงต้องโวยวายสักยก แต่ถ้าถึงขั้นต้องโวยวาย อาจไม่มีการชดเชยสองชั้นเช่นนี้ก็ได้ ดังนั้นต้องขอบคุณท่าน”
“ขอบคุณข้าทำไม?” เมิ่งฉีฮ่วนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบของว่างขึ้นมาละเลียดกินราวกับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตนเอง รอให้สาวน้อยเอ่ยคำชมเชย
“จริงสินะ ข้าจะขอบคุณท่านไปทำไมกัน เรื่องวันนี้ข้าทำสำเร็จด้วยตัวเองนี่นา” หลี่เยว่หานมองเจตนาเบื้องหลังการกระทำของเขาออกจึงยิ้มอย่างชั่วร้าย
“เจ้า…” เมิ่งฉีฮ่วนถูกหลี่เยว่หานแกล้งจึงเอื้อมไปบีบคั้นใบหน้าของนางอย่างหมั่นเขี้ยว “ถ้าไม่ใช่เพราะข้าคิดเรื่องเขียนป้ายขอพบเอาไว้ล่วงหน้า เจ้าอาจเข้าประตูเรือนตระกูลหลิ่วไม่ได้ด้วยซ้ำ เจ้าว่าควรขอบคุณข้าหรือไม่เล่า!”
“ควรควรควร!” ใบหน้าเล็ก ๆ ของหลี่เยว่หานถูกเมิ่งฉีฮ่วนบีบเอาไว้จนริมฝีปากเม้มเข้ากันอย่า