งไม่อาจควบคุม พยักหน้าหงึกหงัก
เห็นอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนพลันอดใจไม่ไหว โฉบลงไปฉวยกลีบปากสีแดงสดของหลี่เยว่หาน ทันใดนั้น บรรยากาศภายในรถม้าก็เปลี่ยนเป็นคลุมเครือขึ้นมา…
“ท่านท่าน…” สมองของหลี่เยว่หานหยุดทำงานไปชั่วขณะ แต่ก็ได้สติคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอผลักเมิ่งฉีฮ่วนออก ชี้หน้าเขาอย่างโมโหจนลมหายใจสั่นสะท้าน “คนฉวยโอกาส!”
“ข้าจูบภรรยาของตัวเอง แล้วจะเป็นคนฉวยโอกาสได้อย่างไรเล่า” เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกว่าใบหน้าเห่อร้อนเช่นกัน แต่เมื่อเห็นหลี่เยว่หานแสดงท่าทางเช่นสาวน้อยออกมาอย่างหาได้ยาก เขาจึงหน้าด้านแกล้งทำตัวไร้ยางอาย
หลี่เยว่หานเห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านของเมิ่งฉีฮ่วนก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางกลอกตามองบน กอดกล่องเครื่องประดับทองคำถอยไปอยู่ตรงมุมหนึ่งของรถม้า
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นนางทำอย่างนั้นก็ไม่สนใจ ดื่มน้ำเสร็จก็นำตะกร้าของว่างและกาน้ำวางกลับเข้าที่ หยิบตำราขึ้นมาอ่านต่อ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ รถม้าโยกเยกโคลงเคลง เมิ่งฉีฮ่วนก็ค่อย ๆ เคลิ้มหลับไปบนโต๊ะตัวเล็ก
“นี่ เมิ่งฉีฮ่วน?” หลี่เยว่หานยื่นนิ้วเข้าไปจิ้มใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วน เห็นเขาไร้ปฏิกิริยาตอบสนองก็ถอนหายใจโล่งอก รีบวางกล่องเครื่องประดับลงแล้วเปิดตะกร้าของว่างกินอีกครั้ง
ยังดี ยังดี ขนมที่เมิ่งฉีฮ่วนกินไปล้วนเป็นของว่างที่หลี่เยว่หานไม่ค่อยชอบกิน ส่วนของว่างที่หลี่เยว่หานโปรดปรานอย่างขนมกุ้ยฮวา ขนมถั่วเขียว ขนมดอกท้อและข้าวโพดทอด เมิ