่อยได้สติคืนมาจากความตะลึงพรึงเพริด “เจ้าเด็กคนนี้จิตใจดีเหมือนแม่เจ้าไม่มีผิด แต่เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า ตอบแทนความแค้นด้วยคุณธรรม แล้วจะใช้สิ่งใดตอบแทนคุณธรรม?”
“แต่ไหนแต่ไรมาข้าทำสิ่งใดก็ไม่เคยหวังผลตอบแทน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เป็นฝ่ายมาถอนหมั้นเองแต่แรกแล้ว” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างจริงจัง “แค่อนุคนเดียวคงไม่กระทบต่อชื่อเสียงตระกูลหลิ่ว ทั้งยังทำให้แม่เลี้ยงของข้าสมปรารถนา เรื่องดีงามเช่นนี้เหตุใดจะไม่ทำเล่า”
นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วได้ยินวาจาของหลี่เยว่หาน แววตายามมองไปที่นางอีกครั้งก็เต็มไปด้วยความชื่นชม “เจ้าเป็นแม่นางที่ดีคนหนึ่ง น่าเสียดายที่จื้อหย่วนของพวกข้าไร้วาสนา ทำให้บุพเพนี้หลุดมือไปเสียได้”
“ขอบคุณนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วที่ตกลง”
“ข้าได้ยินว่าหมู่บ้านไป๋อวิ๋นยังมีแม่นางน้อยคนหนึ่งนามว่าหวังเหอฮวาที่คอยตามพัวพันสามีของเจ้าไม่ยอมเลิกรา ให้จื้อหย่วนรับนางมาเป็นอนุอีกคนก็แล้วกัน” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วถอนหายใจ “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้เต็มใจมาเจรจาเรื่องมงคลนี้ให้น้องสาวเจ้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะขอเป็นคนดีสักครั้งก็แล้วกัน”
หลี่เยว่หานไม่คิดเลยว่านายท่านผู้เฒ่าหลิ่วจะทำเรื่องน่ายินดี ให้เธอต้องประหลาดใจเช่นนี้ ใบหน้าฉายแววยินดี หญิงสาวค้อมคำนับอีกฝ่ายอย่างจริงใจแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นเยว่หานก็ขอขอบคุณนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วเจ้าค่ะ!”
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าละอายใจเหลือเกิน” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วลุ