กขึ้นมาประคองหลี่เยว่หาน กล่าวว่า “หากไม่ลำเอียงฟังความฝ่ายเดียว เจ้าคงได้เป็นหลานสะใภ้ของข้าไปแล้ว ในเมื่อเป็นหลานสะใภ้ไม่ได้ ข้าให้พ่อของจื้อหย่วนรับเจ้าเป็นลูกสาวบุญธรรมดีหรือไม่?”
หลี่เยว่หานได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกว่าเบื้องหน้าพลันสว่างวาบ “เกรงว่า…ไม่ดีเท่าไหร่…”
“ไม่มีอันใดไม่ดีหรอก เดิมก็เป็นเพราะข้าไม่ได้ตอบแทนผู้มีพระคุณให้ถึงที่สุด ถือเสียว่าข้าชดเชยให้เจ้า หวังว่าหลังจากนี้เจ้ากับคุณชายเมิ่งจะมีชีวิตที่สุขสงบ หากต้องการสิ่งใดเชิญบอกมาได้เลย ต่อไปตระกูลหลิ่วก็ถือว่าเป็นบ้านเดิมของเจ้าครึ่งหนึ่งแล้ว”
“เช่นนั้น…เยว่หานก็ขอน้อมรับไว้” หลี่เยว่หานพูดพลางคล้องแขนนายท่านผู้เฒ่าหลิ่ว กล่าวเสียงอ่อนหวาน “ท่านปู่!”
“อื้ม!” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วยิ้มแย้มจนริ้วรอยบนใบหน้าชัดขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
“ใครก็ได้ เข้ามานี่ซิ!” เมื่อนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วให้คนไปเรียกนายท่านหลิ่ว หลิ่วจื้อหย่วนและเมิ่งฉีฮ่วนเข้ามาในห้องโถงใหญ่แล้ว ก็ให้หลิ่วเทียนเสียงหรือก็คือบิดาบังเกิดเกล้าของหลิ่วจื้อหย่วนรับหลี่เยว่หานเป็นบุตรสาวบุญธรรม จากนั้นให้คนบันทึกชื่อหลี่เยว่หานลงในลำดับวงศ์ตระกูลก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“ท่านปู่! ถ้าท่านยืนยันจะให้ท่านพ่อรับหลี่เยว่หานเป็นลูกสาวบุญธรรมจริง ๆ ล่ะก็ ข้าจะขอออกจากลำดับวงศ์ตระกูล” หลิ่วจื้อหย่วนคัดค้านหัวชนฝา “หลี่เยว่หานเป็นแค่เด็กสาวบ้านนอก จะมาเป็นลูกสาว