ผู้เฒ่าหลิ่วเป็นผู้อาวุโส เชิญกล่าวออกมาได้เลย ข้าเพียงอยากรู้เรื่องในอดีตเท่านั้น” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างเปิดเผย
ได้ยินเช่นนั้น แววตานายท่านผู้เฒ่าหลิ่วที่มองหลี่เยว่หานก็ฉายรอยชื่นชม “คราวก่อนตอนเจอเจ้า ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าคล้ายกับแม่เจ้ามาก ทะนงตนยอมหักไม่ยอมงอเหมือนกัน เรื่องเจ้ากับจื้อหย่วนเป็นตระกูลหลิ่วของพวกข้าที่ผิดต่อเจ้า”
“นายท่านผู้เฒ่าหลิ่ว ข้าไม่ได้มาถามหาคนผิด ข้าแค่อยากรู้เรื่องในตอนนั้น” หลี่เยว่หานเตือนให้นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วอย่าได้หลงประเด็น
นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วถอนหายใจ “ปีนั้น ข้าหลงใหลการล่าสัตว์ ได้ยินว่าเขาลูกที่อยู่หลังหมู่บ้านเฮยถู่มีเสือร้ายปรากฏขึ้นจึงพาคนไปที่นั่น คิดไม่ถึงว่าคนรับใช้ที่ข้าพาไปด้วยจะแตกฮือหนีกันหมด ข้ายังพลัดตกจากหน้าผา ตอนนั้นแม่เจ้าขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของข้าจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงข้าขึ้นมาจากใต้หน้าผา”
“เจ้าก็รู้ว่าแม่เจ้าผอมบางอ่อนแอ นางยังกระดูกแขนเคลื่อนเพราะช่วยข้า คนก็เกือบจะพลัดตกหน้าผา ข้าซาบซึ้งใจนัก พักรักษาตัวที่เรือนพวกเจ้าได้สองวัน ลูกชายข้าก็มารับข้า ข้าจึงพูดกับแม่เจ้าด้วยความรู้สึกขอบคุณว่า ข้าเป็นหนี้ชีวิตแม่เจ้า”
“แม่เจ้าเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา นางพูดว่าข้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกติดค้างน้ำใจ เพียงหวังว่าหลังจากเจ้าอายุครบสิบหกปีแล้ว จะสามารถเป็นภรรยาเอกของตระกูลหลิ่วของพวกข้า ตอนนั้นเจ้าตัวเล็