ย หลี่เยว่หานไม่ได้เห็นภาพดอกไม้บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมรวยรินอีก และไม่มีโอกาสได้เล่นน้ำอยู่ข้างหลังมารดาอีกแล้ว
…
เวลาหลายวันผ่านไปในชั่วพริบตา ในที่สุดก็ถึงวันที่หลี่เยว่หานกับเวินเทียนเหล่ยนัดหมายกันไว้ว่าจะไปเมืองหลิวชิง
หลี่เยว่หานนัดเวลากับโจวต้าเป่าล่วงหน้าหนึ่งวัน เอากุญแจเรือนฝากไว้ที่เขา แล้วพาเด็กทั้งสองคนไปฝากฝังไว้กับหลี่ฮูหยิน คอยขนเนื้อตุ๋นห้าโถขึ้นไปบนรถม้าที่เมิ่งฉีฮ่วนนัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่างพวกเขาก็โดยสารรถม้าเดินทางออกจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋น
รถม้าเดินทางได้เร็วกว่าเกวียนเทียมวัว หมู่บ้านไป๋อวิ๋นยังไม่ได้ตั้งอยู่ห่างไกลมากนัก เพียงไม่นาน พวกเขาก็เดินทางถึงอำเภอหย่งหนิง
“พวกเราแวะไปที่เรือนตระกูลหลิ่วกันเถอะ” หลี่เยว่หานที่หมอบอยู่บนหน้าต่างมองทิวทัศน์มาตลอดทางพลันหันมากล่าวกับเมิ่งฉีฮ่วนซึ่งกำลังอ่านตำรา
เมิ่งฉีฮ่วนตะลึงไปเล็กน้อย “ไปเรือนตระกูลหลิ่วทำไม?”
“ช่วยเจรจางานมงคลให้หลี่หรงหรง” หลี่เยว่หานฉีกยิ้ม “ไม่อย่างนั้น ถ้าวัน ๆ นางเอาแต่คิดจะแต่งให้ท่านก็แย่น่ะสิ”
ได้ยินอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วมุดออกไปบอกสารถีว่าให้แวะที่เรือนตระกูลหลิ่วแห่งหย่งหนิง จากนั้นหันกลับมาพูดกับหลี่เยว่หาน “เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าจะจับคู่หลี่หรงหรงกับหลิ่วจื้อหย่วนได้?”
“ตอนนั้นกว่าแม่ข้าจะช่วยนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วได้ก็เกือบแย่เหมือนกัน จะพูดอย่างไร ข้าก็เป็น