ลูกสาวของผู้มีพระคุณของตระกูลหลิ่ว ให้หลี่หรงหรงเป็นอนุหาใช่เรื่องยาก” หลี่เยว่หานว่าแล้วก็โคลงศีรษะมองเมิ่งฉีฮ่วน “ท่านก็ต้องเข้าไปในเรือนตระกูลหลิ่วกับข้าด้วยเหมือนกัน”
“ทำไม?” เมิ่งฉีฮ่วนสงสัย
“ข้ากลัวว่าคนตระกูลหลิ่วจะเข้าใจผิดว่าข้าอยากเป็นนายหญิงน้อยของพวกเขา พาท่านไปด้วยจะได้ประกาศต่อพวกเขาไปเลยว่าข้าออกเรือนแล้วจริง ๆ” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างจริงจัง
“สามีภรรยากันแค่ในนามจะนับเป็นสามีภรรยาได้อย่างไร?” เมิ่งฉีฮ่วนแกล้งทำเป็นเซื่องซึม
“ใครว่าเป็นสามีภรรยาแค่ในนาม! พวกเราทำแบบนั้น…ไปแล้ว…” อารามร้อนใจ หลี่เยว่หานเอ่ยคำพูดไปเร็วกว่าความคิด พลั้งปากพูดออกมาแล้วก็มีอันต้องหน้าแดงวาบ
เห็นหลี่เยว่หานพูดอะไรไม่ถูกเพราะวาจาของตนเอง เมิ่งฉีฮ่วนลอบยิ้มในใจ หุบตำราลงแล้วกล่าว “ได้ สามีจะไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง” เขาพูดพลางค้นหากระดาษออกมาแผ่นหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่าง
“ฮึ…” หลี่เยว่หานเห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของเขาก็เสมองไปทางอื่นไม่สนใจเขาอีก
หลังจากนั้นไม่นาน รถม้าก็หยุดลงตรงหน้าประตูเรือนตระกูลหลิ่ว เมิ่งฉีฮ่วนลงจากรถม้าแล้วประคองหลี่เยว่หานลงมา
หลี่เยว่หานกำลังจะเข้าไปแจ้งจุดประสงค์การมาเยือนของตนเองต่อคนเฝ้าประตู แต่เมิ่งฉีฮ่วนหยุดเธอเอาไว้ แล้วส่งกระดาษที่เขียนไว้บนรถม้าไปให้แทน ตอนนั้นหลี่เยว่หานค่อยเห็นว่าบนนั้นเขียนตัวอักษรไว้สองคำว่า ‘ขอพบ’
“รบกวนน้องชายเข้าไปแจ้งทีว่าพว