ังไม่ไปเอาเรื่องพวกเจ้าก็ดีเท่าใดแล้ว เจ้ายังกล้ามาหาข้าอีกหรือ?”
“ไร้สาระ! ไหลเป่าบ้านเราเชื่อฟังที่สุด เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรังแกสหายร่วมชั้น!” มารดาของไหลเป่ากอดไหลเป่าไว้ในอ้อมแขนเหมือนเด็กทารก เด็กชายเพิ่งเริ่มโต เขาจึงไม่หนักเกินไป
“เจ้าควรถามว่าลูก ๆ ของเจ้ารังแกมู่ชวนครอบครัวของข้าหรือไม่” หลี่เยว่หานพูดมองดูพวกเขาอย่างใจเย็น “มีคำพูดโบราณกล่าวไว้ว่าเด็กเกเรเป็นความผิดบิดามารดา ข้าเห็นลูก ๆ ของเจ้ารังแกมู่ชวนด้วยตาของข้าเอง ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เช่นนั้นเราไปหาอาจารย์หลี่ที่สำนักศึกษาก็ได้ แต่อย่าหาว่าข้าหยาบคายล่ะ”
“ท้ายที่สุด มันเป็นความผิดของอาจารย์ที่ไม่เข้มงวดในการสอน อาจารย์หลี่ก็มีความผิดเช่นกันที่สอนเด็ก ๆ จนเป็นเช่นนี้”
“เจ้า… เจ้ามันไร้เหตุผล!” แม่ของเอ้อร์โก่วชี้ไปที่หลี่เยว่หาน ก่อนจะพูดด้วยความโกรธ “อย่าคิดว่าด้วยการสนับสนุนจากท่านปู่ซุนแล้วเจ้าจะเป็นสมาชิกของหมู่บ้านไป๋อวิ๋นจริง ๆ ล่ะ เจ้ามันก็เป็นแค่คนนอก!”
“ถูกต้อง ครอบครัวเมิ่งของข้าเป็นคนนอก แต่เราไม่ได้เสียภาษีน้อยลงทุกปี ทำไมคนนอกถึงไม่มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่? นอกจากนี้ สิ่งที่เจ้ากำลังเหยียบอยู่ตอนนี้คือที่ดินที่สามีของข้าซื้อด้วยเงินของตัวเขาเอง เมื่อเจ้าพูดว่าบ้านเมิ่งของข้าเป็นคนนอก เจ้าก็ควรยืนอยู่ข้างนอกแล้วค่อยพูดสิ”
หลี่เยว่หานยังคงเฉยเมย “เจ้าควรขอบคุณข้า ถ้าข้าไม่พบว่าเด็กสามคนนี้รังแกผู้อื่นในวันนี้