สียงของลูกสาวท่าน?” หลี่เยว่หานยิ้ม “ท่านพ่อบอกข้าสิ! ที่ข้าพูดเป็นความจริงหรือไม่! ท่านเห็นปากของหลิ่วจื้อหย่วนที่จูบหลี่หรงหรงในวันนั้นหรือไม่!”
จู่ ๆ บิดาอย่างหลี่ต้าเฉิงก็ตัวสั่นและมองไปที่หวังเฟิ่งที่อยู่ข้าง ๆ เขาด้วยความลำบากใจ
เมื่อเห็นหวังเฟิ่งจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกทันที “เยว่หาน สิ่งเหล่านั้นมิอาจนับได้…”
“เช่นนั้นอย่างไรจึงจะนับได้? หรือท่านนับสิ่งที่ท่านบอกว่านับและไม่นับสิ่งที่ท่านบอกว่าไม่นับ?” ด้วยมีเมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ข้าง ๆ หลี่เยว่หานจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ยังมีหวังเหอฮวา ข้าจะไม่พูดถึงจำนวนครั้งที่เจ้าแสดงไมตรีต่อสามีข้าก่อนข้าจะแต่งงาน แม้กระทั่งข้าแต่งเข้าประตูบ้านมาแล้ว เจ้าก็ยังอยากจะเปลื้องผ้าในห้องโถงใหญ่บ้านข้าให้สามีข้าดู ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ เป็นไปได้ไหมว่าข้าสร้างเรื่องขึ้นมาด้วย?”
“หลี่เยว่หาน! ข้าจะฉีกปากเหม็น ๆ ของเจ้าทิ้ง!”
ขณะที่พูด หวังเหอฮวาก็กำลังจะตะครุบใส่นาง แต่ถูกหวังเฟิ่งห้ามไว้ “เด็กดี พวกเราสาว ๆ ควรมีเหตุผล อย่าไปทำตัวไร้การศึกษาเหมือนเด็กสาวป่าเถื่อนคนนี้ ใจเย็น ๆ ไว้ อย่าไปกลัวนาง!”
“มีเหตุผล? มีเหตุผลมารดาเจ้าสิ! ข้าคิดว่าหลุมฝังศพของบรรพบุรุษของพวกเจ้าคงถูกพวกเจ้าขุดขึ้นมาโยนเถ้าถ่านทิ้งไปแล้ว พวกเจ้าถึงกล้ามาวิ่งวุ่นต่อหน้าข้า! พวกเด็กกำพร้าไร้การศึกษา!” เมื่อหลี่เยว่หานเริ่มหงุดหงิด หญิงสาวก็ราวกับจ