่งพ่อค้าที่พูดภาษาสันสกฤตและภาษาหู ท่านทำได้หรือไม่?”
“ข้ายังมีเงื่อนไขอีกข้อ” หลี่เยว่หานเห็นเมิ่งฉีฮ่วนทำท่าจะพยักหน้าก็ออกแรงบีบมือเขาแล้วชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ยัง…ยังมีเงื่อนไขอีกข้อ?” เวินเทียนเหล่ยจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เขาทำการค้ามานานขนาดนี้ยังไม่เคยพบเคยเจอใครที่โลภมากถึงเพียงนี้มาก่อนเลย!
“ใช่!” หลี่เยว่หานพยักหน้า “ข้าพูดสองภาษานี้ได้ก็จริง แต่ท่านคงเข้าใจคำกล่าวที่ว่า ‘คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก’*[2] กระมัง ดังนั้นทุกครั้งที่ข้ารับหน้าที่เป็นล่าม ข้าจำเป็นต้องปิดบังโฉมหน้าเอาไว้ คุณชายใหญ่เวินก็ต้องไม่ให้ใครรู้ว่าข้าเป็นล่ามให้ท่าน มองจากภายนอกพวกเราเพียงทำการค้าเนื้อตุ๋นด้วยกันเท่านั้น!”
“ยังมีการค้าขนสัตว์ด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสริม
ได้ยินเช่นนั้น เวินเทียนเหล่ยค่อยวางใจลงได้เสียที ไม่เรียกค่าตัวเพิ่มก็ดีแล้ว…
เขาผงกศีรษะ ถ้าไม่ใช่เพราะคนเก่งอย่างหลี่เยว่หานนั้นหายากยิ่ง เวินเทียนเหล่ยคงไม่มีทางยอมรับเงื่อนไขจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนคำที่ไร้เหตุผลเช่นนี้หรอก
“คิดค่าตอบแทนตามจำนวนคำค่อนข้างแพงจริง ๆ นั่นแหละ” หลี่เยว่หานเห็นเวินเทียนเหล่ยรับคำง่าย ๆ แบบนั้นก็รู้สึกว่าฝ่ายตนเองเอาเปรียบคนอื่นเกินไป เธอชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วนแวบหนึ่งแล้วจึงกล่าว “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คิดราคาคำละร้อยอีแปะ ถ้าช่วงเวลาที่เจรจากันไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็คิดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละสิบตำลึง ดีหรือไม่?”
เวิ