นเทียนเหล่ยก็โกยข้าวที่เหลือใส่ถ้วยแล้วราดน้ำแกงเนื้อตุ๋นที่เหลือตามลงไป จากนั้นก็กวาดเข้าปากอย่างมูมมาม ทำให้มู่ชวนกับหลิงซีชมมองอีกฝ่ายจนปากอ้าตาค้าง
นอกห้องครัว
“เนื้อสัตว์ป่าพวกนั้นมีอะไรพิเศษใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานถามเมิ่งฉีฮ่วนเบา ๆ
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “แต่ความลับนี้น้อยคนนักที่จะรู้ สัตว์ป่าที่ข้าล่ากลับมาส่วนใหญ่เจริญเติบโตอยู่ในพื้นที่ซึ่งอุดมไปด้วยพืชสมุนไพรบนเขา เนื้อและกระดูกของมันจึงมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย เมื่อรวมกับวิธีตุ๋นเนื้อของเจ้า ราคาสามสิบตำลึงกับส่วนแบ่งอีกหนึ่งส่วนนับว่าเหมาะสมมากแล้ว”
หลี่เยว่หานได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง
“ทำไมท่านไม่บอกให้เร็วกว่านี้!” ถ้ารู้แต่แรกว่าสัตว์ป่าเหล่านี้เติบโตมาด้วยการกินสมุนไพรในป่าธรรมชาติ ก่อนนี้เธอคงไม่ทำอย่างขอไปทีแบบนั้น นั่นต้องสิ้นเปลืองของดีไปมากมายเท่าไหร่กัน!
“ไม่เป็นไรหรอก หุบเขาสมุนไพรมีข้าคนเดียวที่เข้าไปได้ สัตว์ป่าในนั้นก็มีมากจนนับได้ไม่หวาดไม่ไหว ไม่อย่างนั้นข้าจะเลี้ยงเด็กสองคนนั้นโตมาได้อย่างไร” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวด้วยสีหน้าภูมิใจ
หลี่เยว่หานเห็นอย่างนั้นก็กลอกตาให้ ตอนเธอเพิ่งมาถึงบ้านสกุลเมิ่ง แม้มู่ชวนกับหลิงซีจะมีร่างกายแข็งแรงไม่เลว แต่กลับผอมแห้งยิ่งนัก ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไปเอาความมั่นใจจากไหนมาพูดว่าตนเองเลี้ยงเด็กทั้งคู่มาจนโต พวกเขาโตมาอย่างตามมีตามเกิดชัด ๆ!
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นท่านก็เข้าไปเจรจา