กับคุณชายคนนั้น เรื่องเงินข้าจะไม่ถามอีก ถือเสียว่าข้าชดใช้หนี้ที่ติดค้างท่าน” หลี่เยว่หานพูดจบก็จะเดินเข้าไปในครัว แต่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนดึงตัวเอาไว้เสียก่อน
“สัญญาชดใช้หนี้ก็เอาให้เจ้าแล้วนี่นา ยังมีหนี้ให้ชดใช้อีกที่ไหนกัน” เมิ่งฉีฮ่วนสงสัย
“ข้าฉีกสัญญาชดใช้หนี้ทิ้งไปแล้วก็จริง แต่ข้ากลับไปคิดดูแล้วก็พบว่าท่านช่วยข้ามาจากเงื้อมมือของพรรคมัจฉามังกรจริง ๆ ข้าไม่อาจไม่ตอบแทนบุญคุณ เงินหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึงก็ถือเสียว่าข้าตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ พอทำเงินได้สักก้อนแล้ว พวกเราค่อยหย่ากันให้เรียบร้อย หลังจากนั้นข้าก็จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็เริ่มไม่พอใจเสียแล้ว “หย่าอะไรกัน ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองอะไรกัน ข้าไม่อนุญาต!”
“พวกเราตกลงกันไว้แล้ว!” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “อีกอย่าง ท่านเป็นคนรับปากเองนะว่าพอครบสองปีก็จะปล่อยข้าไป!”
“นั่นเป็นเรื่องของสองปีข้างหน้า! ถ้าเอาตามที่เวินเทียนเหล่ยพูด เร็ว ๆ นี้เจ้าก็จะหาเงินหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึงได้แล้ว!” เมิ่งฉีฮ่วนอย่างไรก็ไม่ยอมเห็นด้วย
“ก็ได้! สองปีก็สองปี!” หลี่เยว่หานว่าแล้วก็เดินเข้าไปในครัว
เห็นหลี่เยว่หานเข้ามาแล้ว เวินเทียนเหล่ยลูบหน้าท้องอันเต่งตึงของตนเองแล้วก็เอ่ยถามหญิงสาวอย่างอารมณ์ดี “เป็นอย่างไรบ้างฮูหยิน?”
“ตกลงแล้ว ข้าขายให้ท่านโถละสามสิบตำลึง ท่านเอาไปขายข้างนอกนั่นห้ามขายราคาต่ำกว่าห้าสิ