บตำลึง ทุกเดือนข้าสามารถทำให้ท่านได้สิบโถ ขายออกหรือไม่ออกก็เป็นเรื่องของท่าน” หลี่เยว่หานพูดพลางมองชามใบโตที่ถูกเลียเสียจนสะอาดสะอ้านแล้วก็ถอนหายใจออกมา
คนโบราณคงไม่เคยพบโลกกว้างมาก่อนจริง ๆ
แต่เธอก็นึกยินดีที่เป็นเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะหาเงินได้อย่างไร
“ไม่มีปัญหา! ข้าจะไปร่างหนังสือสัญญามาเดี๋ยวนี้!” เวินเทียนเหล่ยตบโต๊ะแล้วเดินลูบพุงออกไปจากบ้านสกุลเมิ่งทันที
เห็นเวินเทียนเหล่ยจากไปแล้ว หลี่เยว่หานก็ระบายลมหายใจออกมา
โชคดีที่เขาไม่ได้พูดเรื่องจะให้ไปเป็นล่ามอีก ไม่อย่างนั้นเธอก็คงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรแล้ว
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ มู่ชวนกับหลิงซีก็เริ่มง่วง หลี่เยว่หานเช็ดปากให้พวกเขาแล้วพากลับเข้าห้องไปนอน ครั้นเมิ่งฉีฮ่วนเก็บกวาดห้องครัวเสร็จ เวินเทียนเหล่ยก็ร่างสัญญาเรียบร้อยแล้ว
มองหลี่เยว่หานลงนามตัวเองไว้บนนั้นแล้วประทับนิ้วมือลงไป เวินเทียนเหล่ยก็เก็บสัญญาฉบับนั้นกลับไปด้วยท่าทางปลื้มปีติ สุดท้ายค่อยนึกออกว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่
“คือว่า…เมิ่งฮูหยิน ข้าน้อยรบกวนท่านอีกสักเรื่องจะได้หรือไม่?” เวินเทียนเหล่ยมีท่าทีสุภาพมีมารยาทอย่างยิ่ง ไม่คล้ายคุณชายใหญ่เวินที่เป็นพ่อค้าหลวงขั้นหนึ่งเลยสักนิด
บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าก็ต้องตาโตไปตาม ๆ กัน มีครั้งไหนบ้างที่คุณชายใหญ่ของพวกเขาไม่มองคนอื่นอย่างหยิ่งยะโส? จะเคยเคารพนอบน้อมเช่นนี้เสียที่ใด?
ได้ยินอีกฝ่ายเปรยขึ้นมา หลี่