ย่างล้วนแตกต่างออกไป
ตระกูลเมิ่งจำเป็นต้องทำตัวเงียบ ๆ
ดังนั้นค่าจ้างสูงเสียดฟ้าจึงไม่อาจหยุดฝีเท้าของหลี่เยว่หานไว้ได้ หญิงสาวกลับเข้าไปในบ้านตระกูลเมิ่งอย่างไม่ลังเล ทั้งยังปิดประตูใหญ่ไว้ด้วย
“ใต้เท้าท่านนี้ สะใภ้บ้านเมิ่งสามารถพูดภาษาหูได้จริง ๆ หรือ?” เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานปิดประตูแล้ว ใบหน้าของทุกคนก็มีความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที พวกเขาพากันมองไปที่เวินเทียนเหล่ย
แต่เวินเทียนเหล่ยนั้นเป็นคนที่ภาคภูมิใจในตัวเองสูง เมื่อเขาถูกหลี่เยว่หานปฏิเสธเช่นนี้สองครั้งก็อารมณ์ไม่ดีขึ้นมา ย่อมไม่ต้องการจะอธิบายอะไรกับคนรอบด้านที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับตัวเอง ดังนั้นเขาจึงหันหลังและจากไปทันที
ด้านในครัว หลี่เยว่หานหยิบเนื้อสัตว์ที่แขวนตรงบ่อน้ำออกมา ก่อนตั้งหม้อเตรียมทำเนื้อตุ๋น โดยมีหลิงซีนั่งเป็นเด็กดีช่วยเฝ้าดูไฟอยู่ด้านหน้าเตา
เดิมทีหลี่เยว่หานตั้งใจจะไปขุดต้นกล้าอ่อนของพริกป่า แต่เธอกังวลว่าเวินเทียนเหล่ยจะแอบตามเธอขึ้นไปบนภูเขา ในเวลานั้นยามอยู่สถานที่ห่างไกลผู้คน หลี่เยว่หานก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น… อย่างไรเสีย วันนี้เธอก็เตะเขาไปแล้ว…
“อาหญิง ท่านสามารถพูดภาษาหูได้จริง ๆ หรือ?” จู่ ๆ หลิงซีก็ถามขึ้นมาตอนที่ภายในใจหลี่เยว่หานเกิดความคิดอะไรมากมาย
หลี่เยว่หานหยุดหั่นเนื้อก่อนตอบกลับ “นั่นไม่ใช่ภาษาหู แต่เป็นภาษาสันสกฤต”
“ถ้าเช่นนั้นอาหญิงก็ไม่ได้พูดปด” กล่าวแล