วก่อน!” เวินเทียนเหล่ยหยุดคนของตัวเอง “พวกเรามาดูเรื่องคึกคักกันก่อนดีกว่า” ว่าแล้วเวินเทียนเหล่ยก็กลับไปนั่งลง
ครอบครัวของหวังเหอฮวาพาหลี่หรงหรงมาที่ประตูบ้านตระกูลเมิ่ง หวังเหอฮวาหยิบก้อนหินขึ้นมาหนึ่งกำมือก่อนจะโยนเข้าไปด้านใน แล้วตะโกนออกมาเสียง “หลี่เยว่หาน! หลี่เยว่หาน! เจ้ารีบ ๆ ออกมาเดี๋ยวนี้! พ่อแม่เจ้ามาหากลับทำเป็นหมางเหมินเช่นนี้! เจ้ายังนับตนเองว่าเป็นลูกสาวได้อีกหรือ!”
หลี่หรงหรงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นางส่งเสียงร้องไห้ออกมา “พี่สาว ถึงแม้ว่าท่านจะโกรธที่ข้าได้รับความรักจากคุณชายหลิ่ว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแก้แค้นข้าเช่นนี้!”
“ใช่แล้ว! หลี่เยว่หาน! เจ้าเป็นพี่สาวจะทำตัวใจกว้างกว่านี้ไม่ได้หรือ ไยต้องกลั่นแกล้งน้องสาวเจ้าถึงเพียงนี้!”
“หลี่เยว่หาน นังตัวดีรีบมาเปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เมื่อเห็นว่าช่วยกันเปิดประตูบ้านตระกูลเมิ่งไม่ได้ หวังเฟิ่งก็ร้อนใจเป็นอย่างมาก นางตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง “อย่าคิดว่าเจ้าจะสามารถซ่อนตัวอยู่ด้านในได้ วันนี้เจ้ากับสามีของเจ้าจะต้องออกมามอบคำอธิบายให้กับหลี่หรงหรง!”
“หลี่หรงหรงเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสา เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้กับนาง หลังจากนี้นางจะสามารถแต่งงานได้อย่างไร!”
…
ไม่ว่าด้านนอกจะดุด่าอย่างรุนแรงหรือเสียงดังแค่ไหน หลี่เยว่หานก็ยังคงจดจ่ออยู่กับการทำเนื้อตุ๋นไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อย
“อาหญิง เหตุใดพวกเขาจึงมาดุด่าท่านที่หน้าประตูบ้าน