นไปตามเส้นทางเดิม เพียงไม่นานก็ลงภูเขาไปตามเส้นทางด้านหลังของสำนักศึกษา
ขณะนั้นเอง พระอาทิตย์ได้ตกพ้นภูเขาไปแล้ว หลี่เยว่หานเห็นมู่ชวนยืนอยู่หน้าประตูสำนักศึกษาเพียงลำพัง จึงอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้
เธอไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็นอนหลับนานกว่าปกติ เห็นได้ชัดว่าตอนที่นอนอยู่บนต้นดอกหญ้านั้น ดูจากตำแหน่งพระอาทิตย์แล้วไม่น่าจะเกินยามซื่อ แต่เมื่อตื่นขึ้นมา ก็เป็นยามโหย่วเสียแล้ว
“อาหญิง!” มู่ชวนเป็นฝ่ายเห็นหลี่เยว่หานและหลิงซีเดินโบกมือมาทางตนด้วยท่าทางมีความสุขก่อน “อาหญิง! หลิงซี! ข้าอยู่ตรงนี้!”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมู่ชวน หลี่เยว่หานจึงยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น เธอรีบวิ่งไปยังมู่ชวนทันที พลางยื่นมือออกไปขอโทษ “ขอโทษด้วยมู่ชวน อาหญิงเผลอหลับไปบนต้นดอกหญ้า”
“ไม่เป็นไร อาหญิงไม่ต้องรู้สึกผิด!” มู่ชวนฉีกยิ้มอย่างน่าเอ็นดู พลางจูงมือหลี่เยว่หานกลับไปบ้านอย่างเชื่อฟัง
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ยังคงไม่เห็นแม้แต่เงาผู้ใด
โดยปกติแล้ว ในเวลาเช่นนี้ ผู้คนที่กลับจากการทำงานจะพลุกพล่านมากกว่าช่วงเช้า ยิ่งคนที่กลับจากงานเร็วนั้นไม่ต้องพูดถึง ต่างก็จะนั่งลงถือถ้วยอาหารอยู่หน้าประตูบ้านของตน กินไปพลางทักทายชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา
นี่ไม่เพียงแต่ไร้ซึ่งเงาผู้คน แม้แต่ควันไฟก็ยังไม่มี
หลี่เยว่หานรู้สึกว่าบรรยากาศดูหม่นหมองยิ่งนัก ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่เมื่อตนตกอยู่ในบรรยาก