นั้นก็ควงไหล่นวดแขน ตั้งท่าจะกลับไปนอนที่ห้อง
“เจ้าจะปล่อยไว้อย่างนี้?” เมิ่งฉีฮ่วนเช็ดถ้วยใบสุดท้ายเสร็จ เห็นหลี่เยว่หานเดินออกมาจากในครัวก็ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
“อุ่นไว้อย่างนี้แหละ” หลี่เยว่หานตอบพลางหาววอด
“ถ้าไฟแรงเกินไปจะทำอย่างไร?” เมิ่งฉีฮ่วนจู่ ๆ ก็จริงจังขึ้นมา
“ไม่หรอก ในช่องใส่ฟืนมีแค่ขี้เถ้า ไฟอ่อนกำลังพอดี ทั้งไม่ทำให้น้ำแกงเย็นลงและไม่ทำให้เดือด ทิ้งไว้แบบนี้ทั้งคืนก็ไม่มีปัญหา”
หลี่เยว่หานพูดจบก็ไม่คิดจะอธิบายอีก บิดกายเกียจคร้านเดินออกจากประตูไป
ฝันดีตลอดราตรี
เช้าตรู่วันถัดมา หลี่เยว่หานตกใจตื่นขึ้นเพราะเสียงหัวเราะดังกังวานปานแท่งยกน้ำหนัก
ครั้นฟังอย่างตั้งใจก็พบว่าเป็นเสียงของชายแซ่กัวจากเมื่อคืนวานนั่นเอง!
“น้องชาย คราวนี้เจ้าอย่าหาว่าข้าแล้งน้ำใจเชียวนะ ข้าได้ยินแต่แรกแล้วว่าเจ้าหาเจ้าสาวได้แล้วจึงตั้งใจเอาผ้าคลุมหน้ามงคลมาให้โดยเฉพาะ ตอนเจ้าเข้าพิธีวิวาห์อย่าลืมใช้ด้วยล่ะ!”
“เฮ้อ รบกวนพี่ใหญ่กัวแล้ว ข้าจะรีบจัดงานมงคลให้เร็วที่สุด รับรองว่าไม่ล่าช้าแน่นอน!”
“งั้นข้าจะรอข่าวดีจากเจ้าก็แล้วกัน!”
“พี่ใหญ่กัวโปรดวางใจ!”
ต่อมา เสียงหัวเราะก็เงียบไป เสียงสนทนาจากข้างนอกก็ไม่มีแล้วเช่นกัน หลี่เยว่หานค่อยคืบคลานลงจากเตียง เปลี่ยนไปใส่ชุดใหม่ รวบผมขึ้นอย่างง่าย ๆ แล้วเดินออกไปข้างนอก
“โอ๊ะ ตื่นมาทำอะไรแต่เช้า” เมิ่งฉีฮ่วนที่เพิ่งส่งชายแซ่กัวจากไปเดินกลับเข้ามาในเรือนชั