้นใน เห็นหลี่เยว่หานตื่นเช้าเพียงนี้ก็อดประหลาดใจไม่ได้ “ฟ้ายังไม่สว่างดีเลยนะ”
“ข้าถามอะไรหน่อย” หลี่เยว่หานมองเมิ่งฉีฮ่วนแล้วพูดว่า “ชายแซ่กัวคนนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมท่านต้องพูดจาเกรงอกเกรงใจกับเขาขนาดนั้น?”
ได้ยินอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็โคลงศีรษะ “พี่ใหญ่ของหมู่บ้าน จะทำอะไรก็ต้องผ่านเขาเสียก่อน เจ้าว่าข้าไม่ระวังตัวได้หรือ”
“แล้วที่เมื่อวานนี้เจ้าบอกข้าว่าอย่าให้เขาเห็นหน้าเล่า หมายความว่าอย่างไร?”
“ไม่มีอะไร เขาชอบหญิงงามน่ะสิ!”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่อยากตอบด้วยซ้ำ พอพูดออกมาแล้วค่อยสัมผัสได้ว่าไม่ถูกต้อง อยากเปลี่ยนคำพูดก็ไม่ทันเสียแล้ว
เห็นแค่ว่าหลี่เยว่หานย่ำเท้ามาหยุดตรงหน้าเขา จ้องเขาพลางกล่าวอย่างดุดัน “ถ้าท่านมีความคิดนอกลู่นอกทางแม้สักนิด ข้าจะตอนท่านเสีย!”
ได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกว่าสองขาเย็นวาบ รีบยิ้มประจบ ประคองสองไหล่ของหลี่เยว่หานแล้วพูด “ถ้าข้ามีความคิดนอกลู่นอกทาง ข้าจะจงใจเตือนให้เจ้าปิดบังใบหน้าจากพี่ใหญ่กัวงั้นหรือ”
“แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย!” หลี่เยว่หานพูดจบก็ปล่อยมือจากชุดของเมิ่งฉีฮ่วน เดินผ่านประตูเรือนชั้นในตรงไปยังห้องครัวโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา
เมิ่งฉีฮ่วนมองตามเงาหลังของนางแล้วก็รู้สึกว่าทั้งน่าโมโหและน่าขัน
ผู้หญิงคนนี้ก็จริง ๆ เลย…เรื่องแบบนี้ก็ทำออกมาได้…กระชากเสื้อผ้าของผู้ชายเนี่ยนะ…
เสียงไก่ขันเริ่มดังขึ้น สองพี่น้องจึงลุกจากเตียง ข