ยังให้หน่อย ได้ไหม?”
“ได้เจ้าค่ะ!” หลิงซีปรบมือยิ้มร่าอย่างดีอกดีใจ
ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เดินผ่านลานเรือนมาถึงเรือนหน้าค่อยได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อน
หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว เปิดประตูเรือนก็เห็นมารดาของหวังเหอฮวายืนอยู่ข้างนอกด้วยสีหน้าร้อนใจ “โธ่เอ๋ย นังหนูเยว่หาน เจ้าเปิดประตูได้เสียทีนะ!”
“มีอะไรหรือป้าหวัง?” หลี่เยว่หานไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้คนสกุลหวังแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างไรมารดาของหวังเหอฮวาก็เป็นผู้อาวุโส เธอจึงไม่แสดงออกชัดเจนเกินไป
“เจ้ารีบไปที่แม่น้ำข้างหมู่บ้านเถอะ! สามีของเจ้าโยนลูกสาวข้ากับน้องสาวเจ้าลงน้ำไปแล้ว ให้พวกนางจับปลามือเปล่า ถ้าจับไม่ได้ก็จะไม่ให้ขึ้นฝั่ง!” ป้าหวังพูดไปพูดมาก็ทรุดลงไปนั่งร่ำไห้โวยวายบนพื้น
ใครจะไปคิดว่าหลี่เยว่หานกลับเลิกคิ้ว อุ้มหลิงซี ลงกลอนประตูเรือนแล้วเดินออกมาทันที ไม่มองป้าหวังเลยสักนิด
ป้าหวังเคาะประตูอยู่นานแล้ว เวลานี้ยังเป็นช่วงที่ทุกคนกินข้าวพอดี คนไม่น้อยประคองถ้วยข้าวออกมาดูเรื่องสนุก เห็นว่าหลี่เยว่หานเดินจากไปแล้ว ผู้คนที่ไม่มีความบันเทิงหลังมื้ออาหารจึงตามหลังไปด้วยติด ๆ
หลี่เยว่หานเร่งฝีเท้า ในไม่ช้าก็มาถึงริมแม่น้ำข้างหมู่บ้าน เนื่องจากทางนั้นมีคนมุงอยู่ไม่น้อย หลี่เยว่หานจึงหาเมิ่งฉีฮ่วนพบอย่างรวดเร็ว
“ท่านทำอะไร?” หลี่เยว่หานไปหยุดอยู่ข้างกายเมิ่งฉีฮ่วน สีหน้าหมดคำจะบรรยาย “ท่านโยนเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนสองคนลงแม่น้ำไปอ