วาม
เมิ่งฉีฮ่วนออกไปแล้วก็เดินไปรอบ ๆ หมู่บ้าน ทันเห็นหวังเหอฮวาและหลี่หรงหรงกำลังจะไปขึ้นเกวียนเทียมวัวตรงหน้าหมู่บ้านพอดีจึงไปขวางเอาไว้โดยไม่ลังเล
“เอ๊ะ! พี่เมิ่งมาส่งพวกข้าหรือเจ้าคะ?” หลี่หรงหรงแสร้งเป็นเหนียมอาย “ดูเหมือนพี่เมิ่งจะปฏิบัติกับหรงเอ๋อร์ต่างออกไปนะ”
หวังเหอฮวาที่อยู่ข้างกันได้ยินเช่นนั้นก็นิ่วหน้า “รีบขึ้นไปเถอะ ไม่อย่างนั้นกว่าจะไปถึงเรือนเจ้าก็คงมืดค่ำกันพอดี”
“ช้าก่อน” เมิ่งฉีฮ่วนจ้องหลี่หรงหรง “เจ้าทำอะไรกับภรรยาข้า?”
“พี่เมิ่งพูดอะไรของท่าน ข้าฟังไม่เข้าใจเลยเจ้าค่ะ” หลี่หรงหรงลืมเสียสนิทว่าตนเองเพิ่งไประรานหลี่เยว่หานมา คิดแต่จะแสดงท่าทางเขินอายท่าเดียว
หวังเหอฮวากลับมีสติแจ่มใสกว่านางมาก รีบอธิบายว่า “พี่เมิ่ง หลี่เยว่หานกลับไปฟ้องท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ? นางบอกว่าพวกข้าพูดลบหลู่นางใช่ไหม? แท้จริงไม่ใช่เช่นนั้น พวกข้าแค่เป็นห่วงนาง นางเป็นผู้หญิงแต่กลับไปจับปลาในช่วงที่อากาศแบบนี้ พี่เมิ่งช่างไม่รู้จักทะนุถนอมคนอื่นบ้างเลยจริง ๆ”
เมิ่งฉีฮ่วนฟังแล้วก็พยักหน้า “เจ้าพูดถูก ข้าไม่ควรให้เยว่หานไปจับปลาในช่วงที่อากาศแบบนี้จริง ๆ นั่นแหละ”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็คว้าแขนหวังเหอฮวาและหลี่หรงหรงคนละข้างแล้วตรงไปยังแม่น้ำใกล้หมู่บ้านทันที
“พี่เมิ่งท่านจะทำอะไร! ข้าเป็นเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนนะ ท่านทำเช่นนี้จะทำให้ชื่อเสียงข้าด่างพร้อย!”
“พี่เขย! พี่เขยปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!