ข้าหายใจไม่ทันแล้ว!”
……
เสียงโหวกเหวกโวยวายของคนทั้งสองดึงดูดความสนใจของคนหมู่บ้านไป๋อวิ๋นมาไม่น้อย ทว่าสีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าไม่ควรไปมีเรื่องด้วย แม้ใครหลายคนอยากเข้ามาห้ามแต่ก็ไม่ได้ก้าวเข้ามา
จวบจนมาถึงริมแม่น้ำ ครั้นเมิ่งฉีฮ่วนปล่อยมือ หวังเหอฮวากับหลี่หรงหรงก็ถูกเขาทิ้งลงแม่น้ำราวกับถุงผ้าขาด ๆ
“พวกเจ้าจับปลาคนละตัว จับไม่ได้ห้ามขึ้นฝั่ง” เมิ่งฉีฮ่วนพูดจบก็นั่งเฝ้าอยู่ริมฝั่ง
น้ำในแม่น้ำไม่ลึก เพียงถึงน่องของหวังเหอฮวากับหลี่หรงหรงเท่านั้น
แต่พวกนางไม่มีอะไรทั้งนั้น มือเปล่าเช่นนี้จะจับปลาได้อย่างไร…
“น้องเมิ่ง เจ้าทำอะไรน่ะ?” ในหมู่คนมุงในที่สุดก็มีคนอดไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“วันนี้ภรรยาข้ามาจับปลาให้ข้า แต่กลับถูกพวกนางสองคนดูถูก” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบายเรื่องราวทั้งหมดโดยใช้ถ้อยคำไม่กี่ประโยค จากนั้นก็เชิดคางขึ้น “ข้าคิดว่าพวกนางคงเก่งกาจกว่าภรรยาข้า จึงอยากรู้ว่าพวกนางจะจับปลาอย่างไร”
ได้ยินดังนั้น คนทั้งหลายก็หมดคำจะพูด อยากดูพวกนางจับปลาอะไรกัน มาแก้แค้นให้ภรรยาของตัวเองชัด ๆ เลยนี่นา…
บิดามารดาของหวังเหอฮวาได้ยินว่าเมิ่งฉีฮ่วนลากลูกสาวตนเองมาที่แม่น้ำ ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาชวนอีกฝ่ายทะเลาะ แต่พอเข้ามาใกล้กลับได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนเข้า พวกเขาก็พลันร้อนใจขึ้นมา
ในสายตาของชาวนาเหล่านี้ นายพรานกับคนขายเนื้อล้วนเป็นคนที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จัดอยู่ในประเภทคนที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย