” หลี่เยว่หานถามคำถามที่ผู้รู้หนังสือไม่มีทางถาม
“ชาง” เมิ่งฉีฮ่วนอิ่มเต็มท้อง ดวงตาของเขาเป็นประกายจับจ้องไปทางหลี่เยว่หานอย่างระมัดระวัง
เขามักจะรู้สึกว่าตัวของหลี่เยว่หานมีความลับมานานแล้ว แต่หลี่เยว่หานเก็บมันเอาไว้แน่น ทว่าตอนนี้ในที่สุดก็โผล่หางออกมา ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนอดไม่ได้ที่จะอยากรู้เพิ่มเติม
“ชาง?” หลี่เยว่หานทวนคำด้วยความงุนงง “เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินชื่อราชวงศ์นี้เลย…”
ทันทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมา ก็พบเข้ากับสายตาที่จับจ้องมาของเมิ่งฉีฮ่วน ศีรษะของเธอเหมือนชาวาบขึ้นมา และอธิบายอย่างรีบร้อนว่า “ท่านเองก็รู้ว่าแม่เลี้ยงกับพ่อของข้านั้นไร้ประโยชน์แค่ไหน การอ่านเขียนของข้าถูกสอนโดยแม่แท้ ๆ ของข้าเมื่อนางยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเลยไม่เคยได้ยินชื่อราชวงศ์มาก่อน”
“ใช่แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนไม่ถามต่อ แต่พยักหน้าเห็นด้วย “หากเจ้าต้องการรู้เรื่องราวต่าง ๆ เช่นนั้นก็ให้ข้าช่วยเจ้าแล้วกัน บังเอิญมีหนังสัตว์หลายชิ้นที่ต้องส่งไปประมูลยังเมืองหลิวชิง จะได้ถือโอกาสให้ข้าหาหนังสือมาให้เจ้าพอดี”
“หนังสัตว์?” หลี่เยว่หานงงงวย แม้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะออกไปล่าสัตว์ทุกวัน แต่หลี่เยว่หานก็ยังไม่เห็นเขานำหนังสัตว์กลับมาด้วย เลยอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
“ใช่แล้ว ทั้งหมดแขวนอยู่ที่ลาน เจ้าจะไปดูก็ได้”
หลี่เยว่หานที่ได้ยินเช่นนี้ก็วางชามและตะเกียบทันที ก่อนเดินออกจากห้องครัวด้วยความสงสัย และแล้วนางก็ต้องตกตะลึง “นี่