หากรู้แต่แรกว่าทักษะการแพทย์ของเมิ่งฉีฮ่วนเก่งกาจขนาดนี้ ตนคงจะไม่ตึงเครียดถึงเพียงนั้น!
หลี่เยว่หานบิดขี้เกียจ หลังจากไม่ได้นอนมาทั้งคืนทั้งยังออกแรงทำงานยุ่งที่ลานด้านหลังเป็นเวลานาน เธอหมดเรี่ยวแรงเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่หัวถึงหมอนก็หลับไปในทันที
ท่ามกลางความสะลึมสะลือ หลี่เยว่หานคล้ายได้ยินเสียงคนกำลังร้องไห้ เธออดลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงงไม่ได้ ก่อนจะต้องตกตะลึงขึ้นมาทันที
เหตุใดเธอจึงอยู่ในสุสาน?
ไม่สิ เธอไม่ได้อยู่ที่แคว้นตงฮั่นหรอกหรือ? เหตุใดจึงย้อนกลับมายังศตวรรษที่ 21!
“เยว่หาน เธอสามารถจากไปอย่างสบายใจ ฉันจะช่วยดูแลพ่อของเธอให้เอง” มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา เมื่อหลี่เยว่หานหันไปมองก็พบว่าคนผู้นั้นคือหวังเฟิ่ง แม่เลี้ยงของเธอที่อยู่ในยุคสมัยใหม่!
สิ่งที่ทำให้หลี่เยว่หานคาดไม่ถึงก็คือ พ่อของเธอที่นั่งอยู่บนรถเข็น แววตาของเขาว่างเปล่าเหม่อลอย
“ป้าหวังเฟิ่งอย่าได้โศกเศร้าจนเกินไป ตอนนี้เยว่หานก็จากไปแล้ว การดูแลคุณลุงให้ดีถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด” หญิงสาวผู้หนึ่งที่หลี่เยว่หานไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ด้านข้างหวังเฟิ่งพร้อมเอ่ยปลอบใจ
“หลังจากนี้จะอยู่ต่อไปยังไง!” หวังเฟิ่งยิ่งร้องไห้หนักขึ้น “พ่อของเยว่หานเป็นอัลไซเมอร์ไปแล้ว เดิมทีหวังว่าเยว่หานกลับประเทศมาจะสามารถช่วยกันดูแลเขาได้ แต่ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้จะคิดไม่ตก ถึงกับกระโดดตึกลงมา!”
“คุณป้าอย่าคิดแบบนั้น เยว่หานตอนอยู่ต่างประเท