ือ กินที่ข้างซ้ายคำข้างขวาคำ ทั้งยังสามารถสลับไปจิบน้ำหวานสะระแหน่ในมือของหลี่เยว่หานได้ ดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก!
ในไม่ช้าหลิงซีก็กินจนอิ่ม นางนั่งพิงหัวเตียงด้วยความง่วงซึม ส่งเสียงเรอออกมาในบางครั้ง
“ง่วงก็นอนสักพักเถอะ” หลี่เยว่หานสัมผัสหน้าผากของนางเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีไข้อีก ก่อนที่เธอจะสามารถโล่งใจได้อย่างแท้จริง “พี่สาวจะไปทำความสะอาดของในครัว”
“ไม่ พาข้าไปด้วย!” หลิงซีกอดมือของหลี่เยว่หาน จากนั้นก็ถูไถด้วยความออดอ้อน
หลี่เยว่หานที่เห็นเช่นนั้นก็ถามออกมาด้วยความขบขัน “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เจ้าคิดว่าข้าเป็นหญิงสารเลวที่แย่งลุงเมิ่งของเจ้าไปอย่างนั้นหรือ? เหตุใดยามนี้จึงเกาะติดข้ามากเช่นนี้?”
“ไม่ใช่เช่นนั้น!” หลิงซีกล่าวออกมาอย่างดื้อดึง “ถึงอย่างไร…ถึงอย่างไรท่านก็ต้องพาข้าไปที่ห้องครัวด้วย ข้าไม่อยากอยู่คนเดียวในห้อง!”
ได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็อดนึกถึงคำพูดเมื่อเช้าของมู่ชวนขึ้นมาไม่ได้
ก่อนหน้าที่เธอจะมายังบ้านหลังนี้ มู่ชวนไม่มีทางพาหลิงซีไปสำนักศึกษาด้วยได้ หลิงซีก็น่าจะต้องอยู่คนเดียวในห้อง
เมื่อคิดเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ก่อนจะดึงผ้าห่มมาห่อร่างของหลิงซีเป็นอย่างดี สวมรองเท้าให้นาง ก่อนจะพานางเดินกลับไปยังห้องครัวพร้อมถาดอาหาร
ล่วงเข้าฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นขึ้น พริกของหลี่เยว่หานเติบโตขึ้นเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเก็บมันให้หมดภายในไม