ด้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงเฝ้าดูด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อพบว่าตนไม่เข้าใจจึงหันไปป้อนยาให้หลิงซีแทน
เมื่อมองหน้าผากของหลิงซี เมิ่งฉีฮ่วนก็ถอนหายใจออกมา
ความร้อนบริเวณหน้าผากของนางสูงกว่าเมื่อครู่ เกรงว่าคงจะต้องส่งไปโรงหมอจริง ๆ เสียแล้ว
“ข้ากลับมาแล้ว!” เสียงของมู่ชวนดังมาจากหน้าประตู เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานจึงเงยหน้ามองไปตามเสียง และได้เห็นเด็กชายตัวเล็กเดินเข้าประตูมาพอดี
“อาเมิ่ง พี่สาวหลี่ พวกท่านเป็นอะไรกัน?” มู่ชวนวางกระเป๋าลง พลางย่นจมูกเล็ก ๆ ขึ้น “เหตุใดจึงมีกลิ่นสุราเต็มไปหมด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เปลี่ยนชามใบใหญ่ที่กำลังร้อน พลางพูดขึ้นมาอย่างสบาย ๆ “เจ้าไปดูหลิงซีก่อนเถิด นางไม่สบาย”
“ไม่สบาย?” มู่ชวนไม่เข้าใจว่าไม่สบายหมายความว่าอย่างไร แต่ก็เดินไปดูน้องสาวของตนโดยไม่รู้ตัว เด็กชายพบว่านางนอนอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ที่หลี่เยว่หานทำให้ด้วยใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาทั้งสองข้างของนางหลับสนิท เมื่อเห็นภาพนั้นเขาก็พูดขึ้นด้วยความร้อนใจ “อาเมิ่ง อาเมิ่ง ท่านป้อนยาให้หลิงซีแล้วหรือ?”
“ป้อนแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพูดปลอบ “อาการป่วยของหลิงซีครั้งนี้รวดเร็วยิ่งนัก กลัวว่ายาเดิม ๆ จะไม่ได้ผล”
“อาเมิ่ง” มู่ชวนจับมือของเมิ่งฉีฮ่วนพลางพูดขอร้อง “พาหลิงซีเข้าไปเถิด ครั้งนี้นางอาการหนักเกินไป พานางเข้าไปเถิด”
เมื่อได้คำพูดนี้ หลี่เยว่หานที่กำลังยุ่งอยู่กับการกลั่นสุราจึงหันมามอง