ยเรือน ไม่แน่ว่าอาจทำผงเครื่องเทศทั้งสิบสามชนิดออกมาได้ด้วยก็เป็นได้!
หลี่เยว่หานยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ความกลัดกลุ้มที่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนหลอกให้ลงนามชดใช้หนี้ก้อนโตถูกพัดหายไปจนหมด
หญิงสาวมั่นใจยิ่งนักว่าความรู้ที่ตนมีอยู่ประกอบกับประสบการณ์อันล้ำค่าจากช่วงชีวิตที่เคยเป็นอาสาสมัครหลายปีนั้น จะสามารถช่วยให้เธอหาเงินได้ในยุคสมัยนี้!
พอมีความคิดที่แน่นอนแล้ว หลี่เยว่หานก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นไม่น้อย
เมื่อมู่ชวนเลิกเรียนกลับมาก็เห็นหลี่เยว่หานฮัมเพลงที่ไม่รู้ชื่อและทำอาหารไปด้วย ท่าทางมีความสุข ต่างจากหลายวันก่อนหน้านี้ลิบลับ
“พี่สาว ข้ากลับมาแล้วขอรับ” มู่ชวนวางกระเป๋าตำราไว้บนกองฟืนหน้าห้องครัว ตอนเข้ามาในครัวยังหอบฟืนมาด้วยหลายท่อนอย่างรู้ความ
“พักก่อนสักครู่ อีกเดี๋ยวก็ได้กินข้าวแล้ว” หลี่เยว่หานเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
วันนี้ทำโจ๊กข้าวโพดฟักทอง หลี่เยว่หานยังเติมแป้งลงไปเล็กน้อย โจ๊กที่ต้มเสร็จแล้วจึงทั้งข้นทั้งหอมจนมู่ชวนกลืนน้ำลายเสียงดังเอื๊อก
“มีใครอยู่หรือไม่?” จู่ ๆ พลันมีเสียงดังขึ้น ทั้งยังคุ้นหูอยู่หลายส่วน
หลี่เยว่หานยังนึกไม่ออก มู่ชวนก็วิ่งออกไปแล้ว “ใครมาหรือ!”
“โอ๊ะ มีเด็กจริง ๆ หรือเนี่ย!” เจ้าของเสียงคล้ายจะประหลาดใจมากที่เห็นมู่ชวน รีบร้องเสียงดังกว่าเดิมทันที “นางหนูเยว่หาน! นางหนูเยว่หานอยู่ไหม? แม่มาหาเจ้าแล้ว!”
หลี่เยว่หานที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวหนังศีรษะชาวาบ เป็นหวังเฟิ