่งนี่นา ผู้หญิงคนนี้ตามมาหาถึงที่แล้ว?
คิดได้เช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รีบวางไม้พาย ปิดฝาหม้อแล้วถอดผ้ากันเปื้อนเดินออกไปจากห้องครัว เพราะเกรงว่ามู่ชวนจะถูกรังแก
“ท่านมาได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานยืนเอาตัวบังมู่ชวน มองหวังเฟิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยสีหน้าตึงเครียด
สีหน้าหญิงสาวไม่สู้ดีนัก หวังเฟิ่งกลับเดินเข้ามาในบ้านสกุลเมิ่งด้วยรอยยิ้มประจบเอาใจ ตรงมาหาหลี่เยว่หาน “ดูเจ้าเด็กคนนี้พูดเข้าสิ เจ้าออกเรือนแล้ว แม่จะมาหาเจ้าไม่ได้เลยหรือ?”
“ข้าไม่มีแม่อย่างท่าน” หลี่เยว่หานสีหน้าเย็นเยียบ ผลักมู่ชวนเข้าไปในครัวแล้วปิดประตูเอาไว้ จากนั้นก็ลากหวังเฟิ่งออกไปจากบ้านสกุลเมิ่ง “ท่านไปเถอะ ข้าไม่รู้จักท่าน!”
“เจ้าเด็กคนนี้นี่!” หวังเฟิ่งกำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงสะกดกลั้นเอาไว้ และยังคงยิ้มแย้มดุจเดิม “ทำไมถึงพูดจาเช่นนี้เล่า ถึงข้าจะไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้าของเจ้า แต่ก็เป็นแม่ที่เลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่เล็กจนโตนะ!”
ได้ยินอย่างนั้น หลี่เยว่หานก็แค่นหัวเราะ เดินกลับเข้าเรือนแล้วปิดประตูเอาไว้ ปล่อยให้หวังเฟิ่งเคาะประตูไปโดยไม่สนใจ
เห็นหลี่เยว่หานปฏิบัติต่อตนอย่างหมดสิ้นเยื่อใยเช่นนี้ ในที่สุดความอดทนอดกลั้นของหวังเฟิ่งก็สะบั้นลง ยืนเท้าสะเอวด่าทออยู่หน้าประตูบ้านสกุลเมิ่ง “หลี่เยว่หาน! นังเด็กแพศยา! มีสามีแล้วก็ไม่สนใจคนจากบ้านเดิมแล้วใช่ไหม?”
“หลี่เยว่หาน! เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ! ข้