วังเหอฮวานั่งลงข้างนาง หลิงซีก็กระโดดลงจากเก้าอี้ไปนั่งเบียดกันกับหลี่เยว่หานทันที
“หืม เนื้อปลานุ่มมากเลย!” เมิ่งฉีฮ่วนขยับตะเกียบเป็นคนแรก ดวงตาพลันสว่างวาบ “ไม่มีก้างอีกต่างหาก!”
“จริงเรอะ! ข้าลองด้วย!” หลิวโหย่วฉายตาลุกวาว ขยับตะเกียบคีบเนื้อปลาเข้าปากโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฉับพลันนั้นก็มีท่าทางสะเทือนอารมณ์ “แม่เจ้าโว้ย อร่อยเกินไปแล้ว!”
เห็นทุกคนกินอย่างมีความสุข หลี่เยว่หานก็พลอยยิ้มตาม
ถ้าไม่ใช่เพราะวัตถุดิบมีจำกัด เธอยังทำปลาต้มพริกให้อร่อยกว่านี้ได้อีก
คิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็บอกให้หวังเหอฮวาที่นั่งอึ้งอยู่ลองชิมปลาต้มพริก พร้อมกันนั้นยังตักเนื้อปลาและน้ำแกงแยกต่างหากไปให้สองพี่น้องด้วยเช่นกัน กำชับเด็กน้อยทั้งสองว่าระวังลวกปาก ไม่ต้องรีบร้อนกิน ทุกคนรับประทานพลางร้องเผ็ดซี๊ดซ๊าด
เมื่อรับประทานเสร็จ อาหารบนโต๊ะก็ถูกกวาดจนเกลี้ยง หลิวโหย่วฉายก้มหน้าก้มตากินตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนหวังเหอฮวาตอนแรกยังสงวนท่าทีอยู่บ้าง แต่ต่อมาก็ไม่ได้สงวนท่าทีขนาดนั้นอีกแล้ว
หลี่เยว่หานทำอาหารไว้มากพอ ทั้งยังใช้น้ำมันโดยไม่ตระหนี่ รสชาติจึงยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง!
กลับเป็นเมิ่งฉีฮ่วนและสองพี่น้องที่ได้กินรสมือหลี่เยว่หานมาสักพักแล้ว จึงยังอดใจไว้ได้ หลิงซียังคงกินรสเผ็ดมากไม่ไหว หลี่เยว่หานกินข้าวไปพลางเอาเนื้อปลาไปจุ่มในน้ำเปล่าแล้วค่อยป้อนให้หลิงซี นางจึงได้กินไปไม่มาก
ถึงตอนที่หลิงซีกินอิ่ม อาหารบนโ