งเดินผ่านหลิวหยวนปินไปเพื่อจะไปอุ้มหลิงซีขึ้นมา และหันไปมองยังห้องโถง
หวังเหอฮวาที่ไม่สนใจอะไรในตอนแรกนั้น เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก นางจึงเริ่มตื่นตระหนกจนหันไปถามเมิ่งฉีฮ่วนว่าควรทำเช่นไร แต่น่าเสียดายที่เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้สนใจนางเลยสักนิด และเมื่อหลี่เยว่หานอุ้มหลิงซีเดินเข้ามานั้น หวังเหอฮวาก็หันหลังให้ประตูพลางรีบติดกระดุมเสื้อทันที
แต่ห่วงคล้องหมุดเสื้อนั้นค่อนข้างแข็ง เพื่อให้ง่ายต่อการทำดังนั้นจึงไม่ทำให้ปลดออกและใส่เข้าได้ง่าย ๆ หวังเหอฮวาจัดการอยู่ครู่หนึ่ง แต่กระดุ่มบนรอยผ่าของเสื้อพิมพ์ลายสีน้ำเงินนั้นก็ยังไม่ถูกติดเข้าหากันได้สำเร็จ
“น้องเหอฮวา? นี่เจ้าเป็นอะไรกัน?” เมื่อพ่อแม่ของหลิวหยวนปินเห็นจึงร้อนใจขึ้นมาทันที เห็นหวังเหอฮวาหันหลังให้พวกเขา จึงยิ่งวิ่งเข้าไปล้อมไว้ทันที
เมิ่งฉีฮ่วนเงยหน้าขึ้นไปมองหลี่เยว่หาน แต่น่าเสียดายที่หลี่เยว่หานไม่แม้แต่จะชายตามองเขา
“หวังเหอฮวาอยู่ที่นี่ หลิงซีก็อยู่ที่นี่ เมิ่งฉีฮ่วนสามีของข้าก็อยู่ที่นี่ ข้าก็อยู่ที่นี่เช่นกัน พวกเรามาพูดกันให้ชัดเจนเถิด เหตุใดเมื่อวานหวังเหอฮวาจึงต้องพูดว่าข้าคิดจะทำให้หลิงซีจมน้ำ” หลี่เยว่หานพูดพลางวางหลิงซีลงบนตักของเมิ่งฉีฮ่วน
“เมื่อวานข้าพาหลิงซีขึ้นภูเขาไป หลิงซีไม่ระวังทำให้พริกป่าเข้าตา ถ้าหากไม่ใช้น้ำล้างออกในทันที อาจจะเกิดปัญหาขึ้นกับดวงตาได้ ดังนั้นข้าจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก แล้วอุ้มห