กมาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะกระซิบกับหลิงซี “อาเมิ่งให้ยาไร้แรงกับนาง แม้หลายวันมานี้จะกินยาแก้เข้าไปแต่ก็ยังไม่อาจฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นตอนนี้นางควรจะหลับไปแล้ว”
ขณะพูดเขาก็จูงมือหลิงซี พากันย่องเข้าไปในห้องครัว
“พี่ชาย ยาไร้แรงคืออะไร? เหตุใดอาเมิ่งจึงต้องวางยานาง” หลิงซีถามออกมาอย่างสงสัยหลังออกพ้นประตูเข้ามาในลาน
“ยาไร้แรง คือยาที่อาเมิ่งหลอมขึ้นมาจากน้ำพุจิตวิญญาณ” มู่ชวนดึงหลิงซีเข้าไปในครัว เขาเอ่ยอธิบายขึ้นมาขณะกำลังอุ่นอาหารต่าง ๆ ด้วยความชำนาญ “ยานี้จะทำให้คนอ่อนแอลงอย่างมากภายในชั่วข้ามคืน หลังจากนั้นจะต้องแก้พิษประมาณห้าวันจึงจะฟื้นตัวเต็มที่”
“ท่านหมายความว่าอาเมิ่งให้ยาไร้แรงกับผู้หญิงโสโครกคนนั้นหรือ?” หลิงซีรู้สึกงงงวย
“ถูกต้อง” มู่ชวนยื่นตะเกียบให้หลิงซี “ข้าช่วยอาเมิ่งต้มยาแก้พิษมาสามวันแล้ว ข้าจำยาแก้พิษนั่นได้ กินเร็วเข้าเถอะ เจ้าคงจะหิวน่าดู!”
ได้ยินคำว่ากินได้แล้ว ดวงตาของหลิงซีก็เป็นประกาย นางชิมไปคำหนึ่งก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง “อี่อาย!อย่อยอว่าอี่อ่านอำอาก! (พี่ชาย! อร่อยกว่าที่ท่านทำมาก)”
เมื่อเห็นใบหน้าตื่นตะลึงของหลิงซี มู่ชวนก็ตักข้าวเข้าปากโดยไม่พูดอะไรอีก
หลิงซีที่ปกติจะเป็นคนกินจู้จี้จุกจิก กินข้าวมากสุดก็เพียงครึ่งจาน แต่ตอนนี้นางกลับช่วยกันกับพี่ชายกวาดอาหารที่เหลืออยู่บนโต๊ะไปจนหมดเกลี้ยง
หลังจากกินเสร็จ หลิงซีก็ตีพุงที่อิ่ม