แน่นของตนเองด้วยความพึงพอใจ “อิ่มมาก!”
“เห็นแก่อาหารที่นางทำอร่อยถึงเพียงนี้ เจ้าก็อย่าได้เรียกนางว่าผู้หญิงโสโครกเลย” มู่ชวนกล่าวขึ้นมาระหว่างกำลังเก็บกวาดของบนโต๊ะ
“แล้วข้าควรจะเรียกนางว่าอย่างไร?” หลิงซีย่นจมูกน้อย ๆ ของตนเอง “ข้าต้องเรียกนางว่าอาหญิงหรือ? ข้าไม่ยอม! อาเมิ่งเป็นของข้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว มู่ชวนก็หยุดมือตัวเองจากสิ่งที่ทำอยู่ ก่อนจะขบคิดอย่างรอบคอบแล้วตอบออกมา “ใช่แล้ว! พวกเราสามารถเรียกนางว่าพี่สาวหลี่ได้! อย่างไรเสียอาเมิ่งกับนางก็ยังไม่ได้คำนับฟ้าดิน ไม่มีคำไหนที่พวกเราสมควรเรียกนาง หากเรียกว่าพี่สาวหลี่จะได้ดูสนิทสนมด้วย!”
หลิงซีย่นจมูกเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้พูดสิ่งใดตอบกลับไป
นางมักจะชอบย่นจมูกยามที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ
มู่ชวนคิดว่านางจะเอ่ยปฏิเสธ จึงกำลังจะคิดคำเรียกอื่น แต่ทว่าหลิงซีมองไปยังเศษอาหารที่เหลืออยู่บนโต๊ะ แล้วพูดออกมาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจ “ก็ได้ หลังจากนี้ข้าจะไม่เรียกนางว่าหญิงโสโครก แต่จะเรียกนางว่าพี่สาวหลี่เหมือนพี่ชาย”
มู่ชวนตะลึงงันไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะยิ้มขึ้นมา
ด้านนอกห้องครัว หลี่เยว่หานที่แอบฟังอยู่ก็ยิ้มเช่นกัน
เดิมทีคิดว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะให้จงเจิ้งหลิงซียอมรับ แต่ตอนนี้นางกลับยอมอย่างว่าง่าย!
สองพี่น้องที่คิดว่าตนเองแอบออกมาได้อย่างเงียบงัน ความจริงแล้วหลี่เยว่หานสามารถได้ยินการเคลื่อนไหวด้านนอกประตูได้อย่างชัดเจน เมื่อคำ